| Bez 的个人资料"นึกแล้วว่าคุณต้องอ่าน"照片日志列表 | 帮助 |
|
1月29日 คนเล่นของโต้ะไม้เก่าๆ ขนาด6ที่นั่ง วางอยู่ริมเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ใต้ ชายคาอาคารบ่ายแก่ๆวันหนึ่ง
คนกลุ่มหนึ่งกำลังคุยถึง การจัดเวที ที่ต้องทำให้เสรจก่อนศุกร์นี้
ผมมากับเพื่อน...
และที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็ คือ เพื่อนของเพื่อน
และถัดๆไป ก็คือ เพื่อน ของเพื่อน ของเพื่อนอีกที
เธอชื่อ ก้อย ผมไม่รู้จักเธอนักเท่าไหร่หรอก
แต่ทุกครั้งที่มีการประชุม เธอจะหยิบ คุ้กกี้โฮมเมดแสนอร่อยติดมือ มาแจกจ่ายพวกเราตลอด
จนแทบไม่ต้องกินข้าวเย็นกันพอดี
ตอนนี้ พวกเรากำลังคุยถึง ลำดับของวงดนตรี ที่ขึ้นแสดง
ก้อยกำลังอธิบายข้อมูลให้พวกเราฟัง
วันนี้ก้อยดูแปลกไป ผมคิด...
เพราะอะไรเหรอ?
วันนี้เธอ ไม่ใส่แว่น? หรือ ว่าแต่งหน้า?
แก้มเธอ เป็นสีชมพูเรื่อๆ เหมือนทุกวันรึเปล่า? ปากเธออวบอิ่มชุ่มช่ำขึ้นรึยังไง
หรือว่า เสียงอันหวานๆจังหวะการพูดของเธอ?
แววตาขณะที่เธอพูด ดูสดใส มีชีวิตชีวา และน่าหลงใหล
ผมแทบละสายตาจากเธอตอนนี้ไม่ได้เลย....
หรือว่า....
คุ้กกี้ ที่เธอทำจะเล่นของ
พอกินเข้าไปได้ขนาดนึงจะออกฤทธิ์
ผมลองมองดู เพื่อนข้างๆ ...เพื่อมันจะกรึ่ม บ้าง
ไม่นิหว่ามันก็นั่งจดอะไรก็ไม่รู้อยู่
ผมขอ มองก้อยอีกครั้งให้แน่ใจ...
....
...โอ้.....มาย ...ก๋อช
แล้วก้อยก็มองกลับมาด้วยหน้าที่เหมือนมีเครื่องหมายคำถามลอยอยู่บนหัว
เธอถามผมว่ามีอะไรเหรอ
ตอนนั้นผมกำลังงง
เลยตอบกลับไปว่า คุ้กกี้อร่อยจังคับ
แล้วทั้งโต้ะก็เงียบ ....
เสียงหัวเราะตามมาภายหลัง
แย่แล้ว...
ผู้หญิงทำขนมเก่งน่ารักจัง
( ผม นี่ไม่ใช่ คนเขียนนะ)
1月22日 อัย-เชียร์: conclude...."เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะ"
"....ไม่ต้องหรอก เราไม่ได้เปนอะไรกันซักหน่อย"
"แต่เราแคร์เธอนะ.."
"...อย่าพูดอย่างนี้นะ"
เชียร์ หันหน้ามองออกไปข้างนอกเครื่องบิน
"นี่.." มืออันอบอุ่นของอัยสัมผัสลงบนมือของเชียร์
"อย่างน้อยก็คุยกันเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ.."อัยจ้องมองตาของเชียร์ ที่เริ่มแดงก่ำ
"เธอมาทำอย่างนี้กับฉันทำไม...."
"..."
"ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าจะไม่คิดอะไรแล้วมาทำดีกับฉันทำไม"
"..."อัยไม่พูดอะไร เขายอมรับผิด
เขาไม่สามารถ พาเชียร์ที่เขารู้จักบนเกาะ กลับไปเมืองที่เขาอาศัยอยู่ได้
เพราะเขามีคนหนึ่งคน รอเขาอยู่
ทั้งสองคนนั่งอยู่ในความเงียบเหงา แม้ระยะทางจะใกล้เพียงเอื้อม
แต่ก็เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เหนคั่นกลางอยู่
เขามองไปยังริมฝีปากเชียร์
.....ริมฝีปากสีสดใสน่ารัก อันอบอุ่น
แววตาชั้นเดียวกลมโตคู่นั้น ที่เคยพริ้มหลับไหล ยามคลื่นซัดสาด ใต้หมู่ดาว
แววตาคู่นั้นมองกลับมาที่เขา
เขารู้สึกผิด
"อย่างน้อย....เราก็เปนเพื่อนกันไม่ได้เหรอ"
เชียร์ หลบตานั่งนิ่ง
"ขอโทษนะ"อัยพูดอย่างแผ่วเบา
"หึ" เชียร์หันมาแลบลิ้นใส่
อัยยิ้ม...
นกเหล็ก ร่อนลงสู่พื้นอย่างสวยงาม
นักเดินทางผู้เหนื่อยล้าแยกย้ายกัน กลับบ้าน
ทางเดินที่นำทั้งสองไปสู่ห้องโถงใหญ่ อยู่ข้างหน้า
ทั้งสองจับมือ บอกลา
"บ้ายบายจ้า"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
พอเขาทั้งสองเดินผ่านประตูบานนี้ คงอีกนานที่จะได้พบกัน
เชียร์ มองชายหนุ่มที่เธอเคยจะมอบหัวใจให้เขา เดินจากไป
อัย หันกลับมามองสาวน้อยผู้สดใส เขามีความสุขที่ได้อยู่ใกล้เธอ
แล้วทั้งสองก็เดินไปคนละทาง
"อัย...คิดถึงจัง!!!" สาพูดขึ้น..
1月21日 สาถุล สตอรี่4 : As time goes by เพียงผ่านพบไม่ผูกพัน.....
21มกราคม
21วันหลังปีใหม่....
ถุล เดินทางไปมหาลัยตามปกติ
ต้นไม้ผลิใบสีเขียวเหลืองสดใส
ไร้เศษ ใบไม้สีน้ำตาล ที่เคยร่วงหล่น เหมือนหลายวันก่อน
ชีวิต ปกติ......
ถุลทักทาย มิตรสหายที่มักจะมานั่งมองหาเหยื่อหน้าคณะของเขา
"หวัดดีเว่ยถุล"
"หวัดดี"
...
"อ้าวตาถุล อารุนสาหวัดจ้า"
สาวหน้าหมวยผมประบ่าแบกกระดาษ เดินออกมาจากประตูโรงอาหาร ทักทายถุลด้วยร้อยยิ้มสดใส
"หวัดดีเชียร์" ถุลยิ้มทักทายเพื่อนสาวของเขา
" อื้อ ขอบจายที่ช่วยเมื่อวานนะ ไม่ง้านวันนี้เราแย่แน่" เชียร์ยิ้ม
"เอ้ย ไม่เปงไร ก็บ้านใกล้ๆกันนิ"
.....ทั้งสองดูสนิทสนมกันดี
.....
18:00 20มกราคม
แปลนบ้านคดม้วนอยู่ใต้อ้อมกอดของถุล เขายืนอยู่หน้าคอนโด หรูแห่งหนึ่ง หวังว่าท้องฟ้าที่ครึ้มฝน ยังคงครึ้มอยู่เช่นนั้น
สระว่ายน้ำที่ไร้ซึ่งผู้คน เริ่มเปิดไฟใสว่าง ขับไล่ความมืดที่มาพร้อมกับการจากไปของดวงอาทิตย์
สายตาเขาจับจ้องไปที่ตัวเลขบนโถงลิฟ หวังว่าคนที่เขาอยากจะพบจะลงมาซักที
เขาหยิบโทรศัพขึ้นมาดู...เปิดรูปภาพเก่าๆ
ที่เขาเคยถ่ายมาตั้งแต่ได้โทรศัพเครื่องนี้
ภาพเขาและสา....
เสียงลิฟท์ ดังขึ้น
สาวน้อยเสื้อแขนกุดสีขาวกางเกงขาสั้น พร้อมกับทรงผมที่ถูกรวบไว้ข้างหลัง เดินออกมา
"ตาถุล!! ขอบคุนนนมากกกกกกก"
"อือ นอนให้มากๆนะ ตาเธอจะเป็นหมีแพนด้าอยู่แล้ว" ถุลยื่นแปลนบ้านให้กับเชียร์
"แหมถ้านอนได้ก็นอนแล้วแหละ" เชียร์ตอบ
"เหลืออีกเยอะเปล่า?"
"เหลือตีฟน่ะ ไม่เปนไรหรอกเด๋วก็เสรจ"
"ดองซะเค็มเลยนะงานวันหยุดเนี่ย" ถุลยิ้ม
"ระทึกดีนะ ฮิฮิ"เชียร์ ม้วนแปลนแล้วกอดไว้
"คอนโด สวยดีเนอะ ไม่นึกว่าจะมีเพื่อนเราอยู่ที่นี่"ถุลพูดขึ้น
"บ้านเราไกลอ่ะ ไปกลับลำบาก"
"อยู่คนเดียว?"
"เปล่า...อยู่กับตัวเอง"
".....???" ถุลงง กับใบหน้าเชียร์ ที่อิดโรย
".....โอ้ยเบลอ....นอนไม่พอ"
"หึหึ มีไรก็ตะโกนดังๆนะ เดี๋ยวจะวิ่งมาหา"
"ข้างห้องจะเรียกตำรวจก่อนอ่ะดิ แหม"
"อือ รีบทำให้เสรจนะพรุ่งนี้เจอกัน"
"จ้า...ขอบคุนมากน้า" เชียร์ โบกมือลา
...ฝนก็เริ่มโปรย เมื่อ เขาเดินออกมาจากประตูคอนโด
สงสัยวันนี้ เขาต้องอยู่ที่นี่นานหน่อยซะแล้ว.....
1月18日 จึ่งที่กิโลเมตร49 ขาอันเหนื่อยล้า ของจึ่ง ไม่สามารถขยับต่อไปได้อีก
ที่กิโลเมตร49 เขาล้มลง
อย่างที่เคยมีคนบอกไว้
ว่าทางข้างหน้านั้นมันไม่มีอะไร
และเขาก็ไม่ใช่นักเดินทางที่เก่งกาจซะด้วย
.....วันนี้ เขาเหนื่อย
จึ่งทิ้งตัวลงนอนบนพื้นถนน หายใจอย่างเร่งรีบราวกับปลาที่ขาดอากาศ
..เขาหาเธอไม่เจอ
จึ่งเคยคิดไว้ ถ้าซักหนึ่งวัน จึ่งไม่วิ่ง แล้วเขาจะตามเธอทันหรือไม่
เขากลัวระยะทางที่ค่อยค่อยห่างออกไป ไกลออกไป
และสักวันเขาอาจหลงทาง ไม่สามารถกลับมาได้อีก
จึ่งมองออกไป บนท้องฟ้า วันนี้ เขาไม่ได้ยิน เสียงลม หรือ มองเห็นความสวยงามของอะไรทั้งนั้น
ในหัวของเขาตอนนี้ แค่หายใจให้ทัน และพยายามให้เสียงรัวระทึกของหัวใจอันอ่อนแรงสงบลงเป็นพอแล้ว
เหนื่อยนักก็พักก่อน ... เคยมีหลายคนพูดเอาไว้
เพราะคนธรรมดานั้นจะวิ่งตลอด มันเป็นไปไม่ได้
สมุดเปล่า หลุดออกจาก มือจึ่ง
ปกที่เคยแข็งแรง และสวยงาม กลับชุ่มไปด้วยเหงื่อและรอยขีดข่วนจากกาลเวลา
จึ่งไม่เคยเขียนอะไรลงไปในนั้น
ไม่มีอะไรเลย
สิ่งที่เพื่อน เคยพูดไว้บนโต้ะทานเข้าเมื่อหลายเดือนก่อน
วันนี้ มันว่างเปล่า .....
ท้องฟ้า เปลี่ยนเป็นสีม่วง แสงดาวที่ถูกตะวันกลบ เริ่มปรากฎออกมาให้เห็น
จึ่งพยายามหลับตา ....
พยายามนึกถึงเวลาที่เขาเคยเก็บไว้จากการเดินทางที่ผ่านมา
ในเมื่อความจริงไม่ได้เป็นดั่งฝัน......
พรุ่งนี้เขาหวังว่าจะมีแรงวิ่งต่อ .... แค่นั้นเอง
1月13日 the third person perspectiveมันก็ดึกมากแล้ว...
แต่ผู้คนไม่ยอมกลับบ้านพักผ่อน..
สุดสัปดาห์ ของคนขี้เหงาและหลงไหลในแสงไฟ เสียงเพลง และกลิ่นสุรา
ได้วนเวียนมาบรรจบครบรอบอีกคืนนึง
ริมหน้าต่างของห้องที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนที่ไม่รู้จักกัน
เสียงกระหึ่มของเพลงจังหวะเร้าอารมณ์ ผลักกระจกให้สั่นสะเทือนเป็นจังหวะ
ร่างของสาวน้อยนั่งพิงอยู่ที่นั่น
เธอไม่ได้เมา แต่แววตาของเธอ เลื่อนลอยและไร้ชีวิตชีวา
น้ำแป้ปซี่เจือจางน้ำแข็งจนเปลี่ยนเป็นชั้นสีอ่อนอย่างชัดเจน วางอยู่นิ่งๆบนโต้ะเตี้ยๆหน้าของเธอ พร้อมบรรดาขวดเหล้าและมิกเซอร์ที่ว่างเปล่า เธอเอามืออันอุ่นๆของเธอ สัมผัสกระจกฝ้า และเขียนชื่อเธอช้าๆ เบาๆ
กระจกบานนั้น สะท้อนใบหน้าของเธอ ....
สวย? เธอไม่ได้สวยมากนักแต่ก็ไม่ได้ขี้เหล่ เป็นเพียงสาวหน้าหมวย ธรรมดา คนหนึ่งใส่แว่นเชยๆแค่นั้นเอง
เธอมองแววตาคู่นั้นอย่างเหงาหงอย
"เฮ้อ" เธอได้แต่ถอนหายใจ และเธอก็นั่งคดตัวอยู่อย่างนั้นริมหน้าต่างที่เขียนคำว่า หญิง
"หญิง หญิง..." เสียงของผู้ชายที่เพิ่งนั่งลง ตะโกนเรีบกชื่อเธอ "...เกตไปไหนแล้วหล่ะ"
เธอหันมานั่งปกติ พร้อมกับมองสายตาของชายคนนั้น
หญิงถอดแว่น เกบใส่กระเป๋า แล้วรวบมัดผมใหม่อีกรอบ "เกตไปเข้าห้องน้ำ"เธอตอบ
"...ถอดแว่นแล้วน่ารักดีนะ"
"....อื้ม" หญิงยิ้มแล้วยกเป็ปซี่เปล่าชุ่มน้ำขึ้นดื่ม
"......แปลกดีแหะที่คณะไม่ค่อยเห็นเธอถอดแว่น"ชายหนุ่มคนนั้นพูดต่อ
"แหงดิ ......เป็นอะไรเนี่ยอยุ่ๆก็มาชม"
"พูดจริงๆไม่ได้ชมซักหน่อย"
"หวังอะไรจ้ะ ให้เราเลี้ยงเหรอ" หญิงยิ้ม
"ไม่ใช่อย่างง้าน" ชายหนุ่มหัวเราะ
.....
เสียงดนตรี บรรเลงเพลงเพราะที่ทั้งสองคุ้นหูดังขึ้น
หญิงตบเท้าตามจังหวะเพลง
เธอเหล่มองชายผู้เป็นเพื่อนของเธอ "....เกตน่ารักมั้ยหล่ะตี๋"
.."อื้ม น่ารักดี นะ" ชายหนุ่มชื่อตี๋ ตอบ
"บอกแล้ว เพื่อนโรงเรียนชั้นน่ารักทุกคนย่ะ"
"เชื่อแล้วแหละ จ้า...."
"หายเหงาแล้วซิวันเนี่ย" หญิงพูดขึ้น
"ใช่แล้ว.." ตี๋ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม
แล้วเกตก็เดินเข้ามา สาวน้อยสายเดี่ยวผมยาวหน้าตาน่ารัก แววตา งงๆ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์
"ม่ายกินแล้วน้า...เดินม่ายยยตรง" น้ำเสียงเกตที่เล็กๆหวานๆ สั่นคลอนไปด้วยความมึนเมา
"เอ้านั่งลงสิ" หญิงเรียกเกต
"เมื่อกี้ไปถึงห้องน้ำรึเปล่าครับ นึกว่าไปเชียงใหม่มา" ตี๋พูดหยอกเกต
"แหมม ถึงเส่แค่นี้เอง แต่คนเยอะอ่ะเลยช้า"
"แล้วพรุ่งนี้ต้องไปทำรายงานที่มหาลัยไม่ใช่เหรอ..."
"อื้ม แต่ไปบ่ายๆแหล่ะไม่ได้เช้ามาก"
"รถติดเนอะแถวนั้น"
"ช่ายที่จอดก็ไม่ค่อยมี"
"เราก็เคยไป.."
....
หญิงนั่งอยู่ริมกระจกบานเก่า ที่สั่นสะเทือนด้วยเสียงเพลง
แม้ เธอจะหันมายิ้มและสนทนาบ้าง
...........แต่เธอรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินของค่ำคืนนี้
ใช่....เพราะวันนี้ ไม่ใช่วันของเรา
1月8日 ลุงชิวเสะ: หนึ่งในปฏพีลุงชิวเสะนั่งตกปลาอยู่ใต้ต้นซากุระ
กลีบดอกซากุระร่วงหล่นกระทบผิวน้ำ และไหลตามกระสน้ำอย่างอ่อนโยน
ลุงชิวเสะยื่นมือไปปัด ดอกนุ่มๆสีชมพูอ่อนตามหมวกของเขา
เบื้องหลังของลุงเป็นถนนอิฐที่ไม่ค่อยมีคนสัญจร ในมุมหนึ่งของเมืองญี่ปุ่นโบราณ
ลุงชิวเสะ ได้ยินเสียงฝีเท้าเบื้องหลังเขา
"บรรยากาศดีจังนะครับ" นักดาบพเนจรเดินเข้ามานั่งคุยกับลุง
"....จะสู้กับเขาวันไหนหล่ะ" ลุงชิวเสะทักกลับเหมือนรู้จักเขามาก่อน
".......ตอนพระอาทิตย์ตกเย็นนี้หล่ะครับ." นักดาบตอบด้วยเสียงไม่สบายใจ
"ใช่ว่าคนที่เก่ง จะต้องสู้ตลอดเวลานะ"ลุงชิวเสะ ดึงเบ็ดที่กำลังกระตุก
" ผมจะเป็นหนึ่งในปฏพี่....ผมหนีไม่ได้"
"....ใครบอก?"
"ศักดิ์ศรีของนักดาบ.."
ลุงชิวเสะ ดึงปลาที่ใช้เวลานานพอสมควรเพื่อจับมันขึ้นมาอย่างลำบาก
"แล้วแกแน่ใจเหรอว่าจะชนะ..." ลุงชิวเสะพูด
".....ถึงเขาจะเป็นซามูไรที่มีชื่อเสียง แต่ใช่ว่าจะเก่งจริงมั้ย"
"แล้วแกแน่ใจว่าแกเก่งเหรอ"
"...." นักดาบมองลุงด้วยอาการไม่พอใจ
"ไม่ใช่อะไร เพราะชั้นเป็นห่วงแก ทุกวันที่ชั้นมาตกปลาก็เห็นแกฝึกหนักอยู่ริมสะพานคนเดียว"
"ถ้าผมปราบซามูไรคนนี้ได้ ผมจะมีชื่อเสียง และจะเข้าใกล้ความเป็นหนึ่งในปฎพีมากขึ้น"
"...ในทางกลับกันถ้าแกพลาด.."
"ผมก็ตายอย่างสมเกียรติ" นักดาบตอบ
"...แล้วแกเคยฆ่าใครหรือยัง"
"ผมปราบมาแล้วหลายคน ช่วงเวลาต่อสู้บางทีมันยั้งมือไม่อยู่ แต่ถ้าเป็นไปได้ผมก็จะให้โอกาศที่สองกับผู้แพ้"
"....กว่าแกจะมาถึงจุดนี้ได้ แกคงจะเหยียบศพคนไปหลายศพแล้วสินะ" ลุงชุดเสะพูดเชิงหยอกล้อ
"...ครับ พวกเขาพอใจที่จะตายอย่างสมเกียรติ..."
"อืม " ลุงชิวเสะโยนปลาที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด ลงไปในถังเปล่าๆ
"......" นักดาบนั่งนิ่งไป
"ตื่นเต้นมั้ยหล่ะ " ลุงชิวเสะถาม
"....หึหึหึ" นักดาบก้มหน้าหัวเราะอย่างสงบ
พระอาทิตย์คล้อยลงต่ำแล้ว เสียงนกกากรีดร้องจากบนยอดไม้ไกลโพ้น
ลุงชิวเสะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว...
มีเพียงเขากับดาบคู่ใจที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เหมือนกับทุกครั้ง ที่เขาตื่นเต้น.... เพราะไม่แน่ว่าพระอาทิตย์ที่เขาเห็นตอนนี้ อาจเป็นแสงตะวันสุดท้ายในชีวิต
เขานั่งริมน้ำที่เดิม ครุ่นคิดกับเรื่องที่ผ่านมา เรื่องของคนที่ให้กำเนิดเขา สั่งสอนเขา และคนที่เขาเอาชีวิตอันมีค่าไป
ตรงที่แห่งนี้เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงกว่าปกติ
สิ่งที่เขาไว้ใจที่สุดคือ กระบวนท่าของเขาที่ฝึกมายาวนานผิดกับใจของเขาเองที่ช่วงเวลานี้เขาไม่เชื่อมันเสียเลย
เขาได้แต่ทบทวนคู่ต่อสู้ ผู้มีชื่อเสียงเกรียงไกร และฝีมือซึ่งนับเป็นเอกในสำนักดาบของเขาเอง
เขาพยายามทำจิตใจให้สงบ ....
และแล้วบุรุษสวมหมวกฟาง ก็เดินมาพร้อมกับดาบใหญ่2เล่มซึ่งเหน็บอยู่ข้างกาย พร้อมกับสักขีพยาน 2คน
ทั้งสองไม่พูดอะไรกันมาก .....พวกเขาทำความเคารพกัน
ทันทีที่ปลายดาบของทั้งสอง ถูกดึงออกจากฟัก
จิตใจของเขาว่างเปล่า เขาเพ่งมองการเคลื่อนไหวของซามูไรคนนั้น
เพียงจังหวะสั้นๆเท่านั้น เขาขอจังหวะสั้นๆเท่านั้น
นักดาบที่เก่งจริง ไม่จำเป็นต้องฟาดฟันให้รู้ว่าข้านั้นถือดาบ ข้านั้นเก่ง
แต่เพียงแค่ดาบเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาต้องการ.....แค่ดาบเดียว
"หนึ่งในปฏพีคืออะไร?" ซามูไรคนนั้นพูดขึ้น
นักดาบ หยุดสงสัย
"อะไรที่จะบอกว่าแกเป็นที่หนึ่งในปฏพีอย่างที่แกต้องการ?""
"....หนึ่งในปฏพีคือคนที่เก่งที่สุด" นักดาบกำดาบแน่นแล้วตะโกนออกไป
"ใครจะเป็นคนบอกว่าเจ้าเก่งที่สุด?"ซามูไรพูดขึ้น
"คนที่เก่งที่สุด!!" นักดาบตะโกนกลับ
"แล้ว...ใครจะเป็นคนเก่งที่สุด?"
"ข้าเอง!!!" นักดาบกู่ร้องด้วยเสียงอันทรงพลัง
"...แล้วเจ้าเป็นหนึ่งในปฏพีหรือยัง?"ซามูไรกำดาบแน่น
"หลังจากปราบเจ้า ข้าจะเข้าใกล้ความเป็นหนึ่งมากขึ้น"
"ไร้สาระสิ้นดี! การทำร้ายผู้อื่นไม่ใช่หนทางของหนึ่งในปฏพี" ซามูไรตะคอกกลับ
"ข้าไม่อยากสู้กับคนเยี่ยงเจ้า!" ซามูไร ลดดาบลง
นักดาบ โกรธแค้นคำพูดอันดูหมิ่นของซามูไร จึงตะโกนกลับไป "เจ้าคนขี้ขลาด!"
"คำตอบของคนโง่..." ซามูไรบ่นพึมพำ
นักดาบพุ่ง เข้าไปหา ซามูไรที่กำลังลดดาบลง
....เพียงช่วงเสี้ยววินาที
ช่วงเสี้ยววินาทีที่ปลายดาบซามูไรที่กำลังลดลง ถูกยกขึ้นมาในตำแหน่งของมันอีกครั้ง
จังหวะดาบที่ฟาดผ่านร่างของซามูไร เป็นไปด้วยความว่างเปล่า ช่วงเวลานั้นเอง ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่ง
ดาบซามูไรตอบโต้กลับ มันขยับไปตามกระแสลมที่ถูกแหวกจากกระบวนท่าของนักดาบผู่บุ่มบ่าม
....ปลายเหล็กอันแหลมคมเสียบทะลุท้องนักดาบ
"เจ้าไม่สามารถเป็นหนึ่งในปฏพีได้ถ้าเจ้าไม่รักชีวิตของตัวเอง"..เสียงกระซิบ ประโยคสั้นๆจากปากของซามูไรผ่านหูของนักดาบ "....ใช้มันให้คุ้ม..." ประโยคสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนทุกอย่างจะมืดลงไป
..........................................................................
ต้นซากุระ ไร้ดอกสีชมพูอันสวยงามของมันแล้ว
แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
แม่น้ำยังคงใสไหลเย็นเหมือนเดิม
สะพานไม้ก็ยังคงสภาพเดิม ไร้ซึ่งคราบเลือดของเหล่านักสู้
ชีวิตผู้คนก็ยังดำเนินไปอย่างปกติ
เว้นแต่ เมืองชนบทเล็กๆแห่งนี้ ได้มีร้านขายปลาแห่งใหม่ถือกำเนิดขึ้น
ลุงชิวเสะเดินถือ กระป๋องใส่ปลาเต็มถัง ผ่านหน้าร้านแห่งนี้
"หวัดดี หนึ่งในปฏพี"ลุงชิวเสะตะโกนทักทายคนขาย
"สวัสดีครับลุง วันนี้ได้ปลาเยอะมั้ยครับ" ชายหนุ่มพ่อค้าปลาเดินออกมาทักทายลุงด้วยใบหน้าอันสดใส
1月6日 ราตรีปีใหม่(2)"แล้วเจอกันจ้า.."
....อัย วางโทรศัพท์ลง ข้างๆเขามีสาวน้อยหน้าหมวยผมประบ่านั่งอยู่ แล้วเธอก็หันหน้าอันน่าหยิกของเธอมาหาเขา
"จะปีใหม่แล้ว!!!" เชียร์ ตะโกนกรอกหูอัย
"จะสงกรานต์ม้างงง มานั่งกันดึกดึกแบบเนี้ย" อัยพูดหยอกกลับ
ลม เย็นๆ พัดมาไม่หยุดหย่อน เสียงคลื่นซัดสาด หาดสูเม็ด ดั่งบรรเลงเป็นบทเพลงที่ยากจะลืมเลือน
วันนี้ ท้องฟ้าโปร่งสว่างเหมือนทุกคืน เพียงแต่เมื่อเราได้มองมันจากริมหาดมันจะพิเศษกว่าปกติเล็กน้อย
อัยมองเหม่อ ออกไปไกลแสนไกล... ไร้จุดหมาย
ภาพที่เขาได้พบเห็นตอนนี้ ยากเกินบรรยาย
ในฉากนั้น มีสาวน้อยคนเดิม กำลังกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข
เธอ พยายามพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงคลื่นก็ดังกลบเสียงของเธอ
"อะไรนะ" ....อัยไม่ได้ยินเสียงเธอ
"...,ม่าย" คำสุดท้ายที่อัยได้ยินหลังสิ้นเสียงเชียร์
อัยเดินลงไปใกล้ๆชายหาด
"ช้าน ม่าย ด้าย ส่าย กางเกง นายยย!!!"
"เฮ๋ยยยย+" อัยตกใจ
"ยี๋ ทียังนี้ได้ยินเชียวนะ"
"แล้วจาพูดอะไรอ่ะ"
.."สาหวัดเด ปีหม่าย จ้ะ"
"เย่..."
"..อารายแค่เนี้ยเองเร้อ"
"หือ...??"
"...."
พอได้ระยะเหมาะสม เชียร์ก็เตะน้ำทะเลใส่อัย อย่างกระทันหัน
"อ้ากกกก"
.."ฮิฮิฮิ
"เปรี้ยวนะ"
.."ช้านชื่อเชียร์ย่ะ"
.."อ่ะจ้าก"
.."ฮิฮิ"
.......ค่ำคืนนี้ไร้เสียงพลุ เสียงคนนับถอยหลัง
เป็นเพียงแค่ หนึ่งคืน ที่เข็มนาฬิกาทุกชิ้น เดินผ่านเลขสิบสองพร้อมกัน
"จาทำไรฉ้านย่ะ..." เชียร์วิ่งไปหัวเราะตามแนวสันคลื่น
"เด๋วก็รู้หึหึหึหึหึหึหึ" อัยวิ่งตามออกไปพร้อมเสื้อที่เปียกทั้งตัว
".อัยยย!!! ผี!!!" สาวน้อยหยุดวิ่งกระทันหัน
"ไหนน!!" อัย ตกใจ
"นี่ไง ผี ทา เล!!!"แล้วเชียร์ ก็ สาดน้ำใส่อัย ลูกใหญ่
"เอิ้กกกก หนาวนะเนี่ยยย เป็นหวัดจาทำไง"
เชียร์ บิดตัวหันมาอย่างอายๆ "หนาวก็กอดช้านเส่"
.....
"ตาบ้า ล้อเล่นน่า คิดไรเนี่ย ยี้"
"...ยังไม่ได้พูดไรเล้ยยย"
"ฮิฮิ"
.....ปีใหม่ผ่านเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
และปีเก่าก็เดินผ่านไปโดยไม่บอกลา
อัยหลับตา และเก็บความสุขไว้...
1月2日 ราตรีปีใหม่"ตื่นได้แล้ว!!" สาตะโกนผ่านโทรศัพท์ ปลุกให้ไอ้ถุล พ่อหนุ่มคนดี ตื่นจากอาการหลับไหล ตอนเวลาใกล้เที่ยง
.... "แง่ม แง่ม" "แง่ม รายไปอาบน้ำซ้า"
"อืม สวัสดีปีใหม่ครับ" "หวาดดีปีใหม่จ้า"
....เมื่อคืน เป็นครั้งแรกที่ สา กับถุล ไปเที่ยวกันหลังพระอาทิตตก พวกเขาหลีกเลี่ยงที่จะไปยืนเบียดกับผู้คน
แถวถนนราชประสงค์ หรือตามศูย์การค้าใหญ่ๆ
พวกเขาฉลองปีใหม่กันริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในสวนดอกเข็มถิ่นแม่โดม
ถ้าไม่นับ เสียงโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาหาสา และเสียงเตือน msg ของเธอแล้ว
บรรยากาศ การสนทนาของทั้งคู่ช่างดูสวยงาม
มีคนหลายคนเดินผ่านคู่นี้ แล้วพากันอิจฉา
.......จะมีสักกี่คนที่ได้อยู่คู่กันในวันปีใหม่
เข็มนาฬิกาบอกเวลาใกล้วันใหม่...
แสงจากสะพานข้ามแม่น้ำ สว่างพอที่จะทำให้พื้นน้ำระยิบไปด้วยดวงไฟส้ม
"นึกว่าปีใหม่นี้จะหนาวเนอะ"สาพูดขึ้น
"นั่นสิ แต่ตอนนี้อากาศก็กำลังดีน้า"
"ถ้าเป็นก่อนคริสมาส ป่านนี้คงแข็งตายกันแล้วแหละ"
"ดีไม่ดีอาจเจอซานตาครอสน้ะ!" ถุลยิ้ม
"เอ๋ย จะมีซานตาครอสมานั่งริมแม่น้ำได้งายกันอ่า" สา หัวเราะ
"นั่นน่ะสิ ซานตาครอสคงพักเหนื่อยเลี้ยงหลานอยู่แถวขั้วโลกเหนือแล้ว"
"พูด ยังกะมีจริงแน่ะ ฮิฮิ "สาทุบไหล่ถุลไปหนึ่งตุบ
เสียงโทรศัพท์ สาดังขึ้นตอน 5ทุ่ม 55 นาที
ขณะที่ถุลกำลังจะหยิบดอกไม้วันปีใหม่ให้สา
"หวาดดี!" สาพูดขึ้น
"อ๋อ มาฉลองปีใหม่กะเพื่อนที่ท่าพระจันทร์"
"...มากันหลายคนน่า แล้วที่นู่นเป็นไงบ้าง"
ถุลนิ่ง "ฮูย พูดซะ.....อยากไปบ้างอ่ะ"
....
"แหมเดี๋ยวกลับมาก็เจอกันอยู่ดี"
"อื้ม"
"จ้ะ"
"...ก็ได้ แล้วค่อยไปกันนะ"
"รู้น่า..."
"จ้า"
"รักเหมือนกันน้า จุ้บจุ้บ"
.....ถุลยังคงนิ่งอยู่
"ฮิฮิฮิ บ้าน่า"
"อี๊ อย่าลืมของฝาก!"
..
"ไม่อาว ไม่ได้เค้างอนจริงด้วย"
"แฮปปี้นิวเยียร์เช่นกานจ้า บะบาย"
สา กด วางโทรศัพท์ ถุลวางดอกไม้ลง
เป็นการเสียมารยาทที่แอบฟังการพูดของคนอื่น ....แย่จริงๆ
แต่ถุลต้องการคำตอบ
"ใครเหรอ?"
..."อ้อ แฟนเราเอง "
.....
คำถามมากมายพุ่งผ่านหัวของถุล
เขาต้องการคำตอบ แต่เขาไม่มีแรงแม้แต่ขยับริมฝีปาก
ทำไม....ทำไม
สาผู้น่ารัก สาผู้สดใส สาผู้ใจดี .....ทำไม?
สิ่งที่ถุลหวังในช่วงเวลานี้ คือไม่ได้ยินบทสนทนา ที่เพิ่งผ่านพ้นไป...
ถุลรักสา...นะ
สิ่งที่ผ่านมามันช่างดีเกินกว่าความเป็นจริง
....ไม่ใช่ฝันใช่มั้ย
พรุ่งนี้ ทุกอย่างจะเหมือนเดิมใช่มั้ย??
พรุ่งนี้ ..?
.."นี่ อีก1นาทีมาเคาท์ดาวน์กัน...เอ๊ะอะไรอ่ะ?"
.."อ่อ เขาชื่อว่า สุขสันต์วันปีใหม่น่ะ อ้ะ.."
"ว้ายแหม ขอบคุณนะจ้ะถุล "
....ฉันรักเธอนะ ถุลหลับตาพูดขึ้นในใจ ร่างกายสั่นสะเทือนไปด้วยความปวดร้าว
สาถือดอกไม้ผูกโบว์สีแดงแนบไว้ชิด อก
"10 ..9 ..8 ..7"สาพูดขึ้น
ถุล น้ำตาไหลออกมาไม่ได้ตั้งใจ
"....เป็นอะไรอ่ะ"
"ฝุ่นเข้าตาแหละ" ถุลยิ้ม
"...." สานิ่งไป
เสียงพลุดังขึ้น
แสงสว่าง สีสดใส เจิดจรัสไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน
ทั้งมหานคร กึกก้องไปด้วยเสียงเฉลิมฉลอง และความสุข
ถุลหลับตา และเก็บความสุขไว้...
.........................................................
ถุลอาบน้ำเสรจ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
"อาบน้ำเสรจแล้ว!!..."
"จ้า...เนี่ยนะเมื่อค.."
...พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ?
|
|
|