| Bez 的个人资料"นึกแล้วว่าคุณต้องอ่าน"照片日志列表 | 帮助 |
|
12月31日 ...ลาก่อน..2005....ในที่สุดปี2005 ก็เดินทางมาถึงวันสุดท้าย
มีคนบอกกันว่า ช่วงเวลาปี2จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด
ก็จริง ปีนี้มีอะไรต่ออะไรหลายอย่างให้ชวนนึกถึง
แต่ความทรงจำของคนหนึ่งคนจะเกบมันไว้ได้ขนาดไหนกัน
เรามาเริ่มดูกันตั้งแต่จุดเริ่มต้น....... มกราคม ปีใหม่ บั้นปลายปี1 บ้านไม้ final บ้านหลังแรก
....หัวหิน ทะเล เพื่อนๆ ...... กุมภาพันธ์.... วาเลนไทน์ ต้นชงโค ดอกไม้ในล้อกเกอร์ ไม่หนาวเลย...
มีนาคม ค่าย56ห้วยหอย cryingout love ..ละคร tryout เมษายน .......ละคร เหนื่อยยยสาดดดด ....พี่พี่...
โปรเจคเสียง ค้างมหาลัย เรียนซัมเมอร์ สงกรานต์น่าเบื่อ กลับบ้านดึก ทางด่วนสร้าง รถติด ..นภาลัย
พฤษภาคม.. ท่าเรือ เที่ยงคืน ละคร10รอบ น้องใหม่มา ทางด่วนเสรจ ไม่ต้องไปนภาลัยแล้ว ...เฮ้อ..เซง
มิถุนายน รับน้อง ...กิจกรรม พี่ปี2 น้องรหัส ญาติรหัส ...เปรียะ ... เปิดเทอม ปั้นหม้อ ดูโรงงาน ...ไม่เจอเพื่อนๆ
กรกฎาคม .....กูทำอะไรว่ะ..อ้อ บ้านนน นรก..รุ้จัก dot a. สิงหาคม ขียนบล้อกตอนเย็นไม่เหงาแล่ะ ...ขอบคุนนะ .....
กันยายน... ปั้นหม้อ...ปั้นหม้อ ปั้นหม้อ ทำบ้านอีกอ่ะ เหนื่อยจิง ตุลาคม ปิดเทอมมที่เหมือนไม่ปิด FAT FEST FIVEส่งเซรามิคขึ้นค่าย ...สาวน้อยริมทะเลสาบ.. พรึจิ ...วันเกิด! ลอยกระทง เกษตร ดวงดาวสีคราม tcdc อีสานclassik เหงาจัง ธันวา .art street....happiness is... ลมหนาว เสื้อกันหนาว โคราช คริสตมาส กล่องจดหมาย สวนรถไฟ เมืองทอง ....^^
....และอีกหลายเรื่องราวที่ผ่านไป
เวลา365วันที่ผ่านไปเร็วเหมือนโกหก
เด็กหนึ่งคน ได้อำลา วัยรุ่น สู่อายุ20
โลกของคนหลายคน มาตัดกันโดยไม่ได้ตั้งใจ
ทิ้ง สะเก็ด ความทรงจำไว้ จางๆ
.....เพียงผ่านพบ ไม่ผูกพัน.....
....น้อยคนนักที่สามารถมีตัวตน ในโลกของคนอีกคนได้
และถ้าคุณได้เป็นหนึ่งในนั้น
ในใจของใครซักคน
ก็คงดีไม่น้อยเนอะ
แด่ 2005 อีกหนึ่งปีที่แสนดี
ขอบคุนนะ
12月29日 ความตั้งใจเกมฝึกความนิ่งของมือ
โคตรยากเลยอ่ะ
เล่นเท่าไหร่ก็ไม่ผ่านซักที
แพ้ด่าน3ทุกทีเลย ยากจริงๆแหะ รู้จักม่ะนายยย(เรื่องดัดแปลงมาส่วนหนึ่งนะ)
ไอ้หนุ่มไฮโซ สวมแว่นดำ ขับเบนซ์slk เปิดหน้าต่างรับลมให้หน้ากร้านเล่น ขับรถซิ่งมาตามถนน
ชีวิตนี้ข้าหรู รวยซะอย่างผู้ใดจะทำมายย
ระหว่างทางที่ซิ่งไป มี เวสป้าคันสวยตัดหน้า
"เฮ้ย!!! รู้จักเวสป้า ป่ะ"
แล้วเขาก็ซิ่งไป ทิ้งให้ ไอ้พ่อหนุ่มไฮโซ งง
ได้ไงว่ะ คันนี้ราคาซื้อบ้านให้แม่อยู่ได้ กลับโดน เวสป้า กระหลั่วปาดหน้า
ไอ้หนุ่มไฮโซ ไม่รอช้า เหยียบ คันเร่ง สเตนเลส พุ่งตามเวสป้าคันงาม แล้วแซงไปอย่างรวดเร็ว
เอี้ยดดดดด
ไอ้หนุ่มไฮโซ เบรค slk อย่าง กระทันหัน
...ไฟแดง
ไม่นานนักเวสป้าก็เข้ามาพร้อมกับไฟเขียว
"เฮ้ยยย รู้จักม่ะนาย เวสป้าอ่ะ เวสป้าอะ" เป็นประโยคที่กระทบหัวใจไฮโซของพ่อหนุ่มไฮโซ
อะไรว่ะ เขาตะโกนขึ้นมาดังๆ พร้อมกับเหยียบคันเร่ง หมายจะเบียดไอ้เวสป้านั่น
และก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาสามารถชนะเวสป้าได้อย่างไร้ข้อกังขา
ว่ะ ฮ่ะ ฮ่า ไอ้หนุ่มหัวเราะอย่างสะใจ
แต่ไม่ทันไรเสียงเครื่องเวสป้าก็ตามมาหลอกหลอน
เวสป้าพุ่งมาอย่างแรงหมายแซงทางโค้ง
"เฮ้ยยย รู้จักเว้....."
โครมมมมมมมมมมมม
เวสป้า เสยขอบฟุตบาท คนขับอินดี้ หมุนตัวฟรีสไตล์ 3ตลบ ลงไป แลนด์ดิ้งกับพื้นอย่างสวยงาม
ไอ้หนุ่มไฮโซ ตกใจแกมสะจายอยู่เล็กๆ
แต่อันเนื่องมีการศึกษาดี พอเหนคนล้ม เขาต้องช่วย
"เป็นไงนายรู้จักมั้ย เวสป้าอ่ะ... เท่จริงนะมึง" ไอ้หนุ่มไฮโซ มาดพระเอกพูดขึ้น หลังจากลงจากรถไปดู ไอ้หนุ่มอินดี้
"อูยยย ผมถามว่ารู้จักเวสป้ามั้ยย ...เพราะผมไม่รู้ว่าเบรคมันอยู่ไหน..."
....
12月27日 26 December 2005 ลมหนาวจากไปแล้ว
ท้องฟ้ามืดขรึ้ม แสงแดดไม่สามารถส่องทะลุลงมาได้เหมือนวันก่อนๆ
อากาศร้อน อบอ้าว ฝนทำท่าจะตกแต่ไม่ตกซักที เมฆดำยังคงล่องลอยไปมาอย่างลังเลใจ
เหมือนเป็นวันปกติ ที่ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง ภาคเหนือ ฝนตกหนักมาก คนหลายคนยังนอนอยู่บ้าน
หลับไหลในนิทรา หลังจากคริสตมาสได้ผ่านไป ทุกอย่างก็เดินอย่างสงบเหมือนแต่ก่อน
ขับรถกลับบ้าน ทิ้งตัวลงนอน.....จมดิ่งสู่ความฝัน
ความฝันบนสนามหญ้าสีเขียว แสงแดด อ่อนๆ ส่องผ่านเมฆที่ดำที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้าลงมาสู่พื้นดิน
เสียงโซ่จักรยาน พร้อมกับเสียงลมกะพือปีกของนกพิราบ กังวาลอยู่ในหัวอย่างสงบ
กลิ่นไอดิน และหยาดน้ำ คละคลุ้งไปทั่ว แม้หายใจไม่ถนัด แต่ก็ทำให้ อากาศเย็นสบาย
เสียงเพลงที่ถูกใจลอยมาตามลม
มองดูเวลา เข็มนาฬิกาไม่ขยับ
"รู้มั้ยคนเราหยุดเวลาได้"
"ยังไงเหรอ"
"หลับตาสิ"
.....
ไม่อยากตื่น ... ไม่อยากตื่น
...เหมือนความฝันจะหมดลง
บนผืนแผ่นดินที่โรยตัวด้วยคอนกรีตกว้างใหญ่
พระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า
ขณะที่ สีส้มเปลี่ยนเป็นสีเทา ....
มือประสานมือ หันหลังแหงนมองดูดาวที่กำลังเคลื่อนมา
ไม่อยากตื่น ... ไม่อยากตื่น
อย่าหายไปพร้อมกับลมหนาวเลย
12月25日 ลุงชิวเสะ กับ ลุงอ้วนลุงชิวเสะ รู้สึกตัวเมื่อมีก้อนน้ำแข็งเล็กๆ โปรยลงมาสัมผัสใบหน้าอันหยาบกร้านของเขา
เขาหลับไปนานแค่ไหนแล้ว ลุงชิวได้แต่นั่งถามตัวเอง
ปลายสายเบ็ดของลุง ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตมาติดกับแห่งความตาย
อากาศวันนี้มันหนาวกว่าทุกๆวัน
แต่มันก็ไม่แปลกที่ประเทศไทยจะมีหิมะตก...
บรรยกาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้เงียบสงบ ท้องฟ้าไร้แสงดาว ถูกบดบังด้วยแสงสีของคนเมือง
ลุงถอนหายใจออกมาเป็นควัน....
วันนี้หลายต่อหลายคน คงสังสรรค์ เฮฮา อยู่กับแสงสี และเสียงเพลง
แต่ลุงชิวเสะ เลือกที่จะมานั่งตกปลาบนผืนน้ำที่เกาะกันเกือบเป็นน้ำแข็ง
ข้างๆลุงเป็นกระป๋องเบียร์ ที่หลานของเขานำมาวางไว้ให้เมื่อ2ชั่วโมงก่อน
ลุงชิวเสะ เอามือ ออกมาจากผ้านวม หยิบกระป๋องเบียร์ ยกซดเพื่อดับความหนาว
"ไม่ไปฉลองคริสตมาสเหรอครับ" ลุงแก่ๆ ตัวอ้วนๆ นั่งอยู่ริมเสาไฟใกล้แม่น้ำ ถามขึ้น
"ผมเป็นชาวพุทธ คริสตมาสมันเกี่ยวอะไรกัน" ลุงชิวเสะ พูดเหมือนเตรียมคำตอบไว้แล้ว
"จริงอยู่ครับ แต่วันนี้เป็นวันแห่งความสุข ความรักและความอบอุ่นนะครับ "
ลุงชิวเสะยิ้ม"ผมอยู่ตรงนี้ก็มีความสุขนะครับ"
"อ่อครับ..." ลุงอ้วนๆก็เอนตัวลงมองหิมะที่กำลังร่วงโรยมาจากท้องฟ้า
"แล้วคุณมาทำอะไรริมแม่น้ำคนเดียวแบบนี้หล่ะครับ"ลุงชิวเสะถาม
"อ่อ ผมไม่มีอะไรทำน่ะครับ เลยมานั่งเล่น"
"คุนพูดไทยเก่งจังนะ ..." ลุงชิวเสะ สังเกตได้ว่าลุงอ้วนคนนั้นเป็นชาวต่างชาติ
"อ่อ ผมอยู่มานานหล่ะครับเลยพูดได้" ลุงอ้วนลูบเคราของตัวเองแล้วหัวเราะ
"ช่วงนี้ไม่อยู่ฉลองกับที่บ้านเหรอครับ" ลุงชิวเสะสาวเบ็ดเพื่อมาดูว่าเหยื่อหลุดไปรึยัง
"อ่อ ผมมาทำงานน่ะ ทำไงได้หล่ะ โลกตอนนี้มันหมุนด้วยเงินทั้งนั้น"
"จริง...." ลุงชิวเสะหยิบหนอนตัวอ้วนๆซึ่งขดตัวนิ่งด้วยความหนาวผูกเข้ากับเบ็ด
"แล้วคุณทำอะไรหล่ะครับ"ลุงชิวเสะถามลุงอ้วนที่กำลังมองเหม่อ
"ผมทำfed ex ครับ ที่ศูนย์ใหญ่ส่งมาให้ดูแลสาขาที่ไทย" ลุงอ้วนตอบ
"ทำไปรษณีย์ นี่แย่เนอะครับไม่มีวันหยุดเลย " พูดจบลุงชิวเสะก็เหวี่ยงเบ็ดออกไป
"หนาวยังงี้จะได้ปลาเหรอครับ" ลุงอ้วนถามขึ้นมา
"ก็ยากอยู่นะครับ แต่ที่บ้านเค้าอยากกินปลาตัวใหญ่ๆ น่ะ เลยอยากตกเอาไปฝากให้ได้"
"คงรออยู่สินะ คนที่บ้าน" ลุงอ้วนยิ้ม
"อืม คงกลับมาหลังจากที่ไฟคริสตมาส ปิดแหละ ..."ลุงชิวเสะพูดขึ้นเบาๆ
".......เหรอครับ " ลุงอ้วนเห็นแววตาของลุงชิวเสะตอบอะไรมากกว่านั้น
......
"แล้วคุณ ไม่ไปฉลองบ้างเหรอครับ ถ้าทางคุนจะเปนคนคริสต์นะ" ลุงชิวเสะถามลุงอ้วนที่นั่งอยู่ใต้แสงไฟอย่างเงียบเหงา
"ผมถูกลืมน่ะครับ....."
ลุงชิวเสะหันมามองลุงอ้วน ด้วยความแปลกใจ
หิมะยังคงตกอยู่......
เสียงเพลงคริสตมาสดังมาแต่ไกล คละเคล้าไปด้วยเสียงหัวเราะของผู้คน
ลุงอ้วนหยิบหมวกสีแดงขึ้นมาใส่ พร้อมกับเดินจากไป.....
เบ็ดของลุงชิวเสะกระตุกอย่างแรง
วันนี้ลุงคงได้ปลาใหญ่สมดั่งใจ
Merry Christmas!
12月24日 จดหมายจากไอ้จึ่งเชี่ยเบส
หมู่นี้มึงเขียนอะไรยาวเยื้อย น้ำเน่าจังว่ะ
ทำไม มึงไม่เขียนอะไรสนุกๆเหมือนแต่ก่อน??
กูขี้เกียจอ่านมึงรู้มั้ย
สายตาก็ไม่ดี จะให้ อ่านหมด ก็ลำบากชิบ
แล้วขยันอัพจังนะ
แต่ก่อนไม่ค่อยอ่ะ เล่นแต่เกมซิมึง
เป็นห่วงมึงนะเนี่ย
อย่าลืมคำพูดที่มึงบอกกูสิ
"กูว่าทางข้างหน้าสดใสกว่าว่ะ"มึงพูดเองนะเว่ย
สุขสันต์วันคริสมาส สาด สุขสันต์วันคริสตมาสอีฟวันนี้วันสำคัญนะ
อยู่กับบ้านไม่ได้หรอก ต้องออกไปข้างนอก
ไปกับคนที่รู้ใจ คนที่เรารัก
เดี๋ยวอีกไม่นานก็ต้องแต่งตัว และขับรถออกไป
วันนี้ อากาศกำลังดีเลย ได้เดินจูงมือ ใครสักคนคงอบอุ่นน่าดู
ออกไปรอเขาสิ
พาเขาไปเที่ยวเทศกาลคริสตมาส ที่หนึ่งปีมีหนนึง
ใช่ว่า บรรยกาศดีดียังงี้จะมีทุกวันเนอะ
ถึงอากาศจะหนาว แต่ใจอุ่นจะเป็นไรไป
เดินไปคุยไป หัวเราะกันไป เวลาคงไม่สำคัญจริงมั้ย
พอตกเย็นก็พาไปทานข้าว ที่วิวสวยๆซักที่
กินไป หัวเราะไป ดูพระอาทิตตกด้วยกัน
พอฟ้ามืด เมืองก็คงสว่างไสวไปด้วยราตรีแห่งคริสตมาส
อากาศเย็นๆ แสงไฟอุ่นๆส้ม เดินไป มีเสียงเพลงคริสตมาส คลอกันไป
ดูหมวกซานต้า ลูกโป่งเรนเดียร์ ต้นคริสตมาสประดับไฟ
เดินกอดแขนไปตามถนน อุ่นใจ อุ่นใจ
พอใกล้เที่ยงคืน ก็ไปหาที่ดูดาวกันซักที่
ที่ที่ สงบที่จะมีแต่เราสองคน
เที่ยงคืนแล้ว!!
สุขสันต์วันคริสตมาสนะ
แล้วเราก็จะมาแลกของขวัญกัน
มีความสุขจังเลยวันคริสตมาส!
.......
วันคริสตมาสอีฟ..?
ก็เหมือนกับทุกทุกวันแหละ
ที่มันหนาว
ตื่นมา ไม่รู้ทำอะไร
มองออกไปข้างนอก ฟ้าก็คริ้มๆ
วันนี้ มันว่างเปล่าจริงๆเลย
เพื่อนก็ไปเที่ยวกับแฟน
พี่ก็ไปเที่ยวกับแฟน
แต่เราต้องนั่งอยู่หน้าคอม พิมข้อความโง่ๆอยู่เนี่ย
เหงามั้ยหรอ ก็ชินแล้วว่ะ ไม่มีไรทำก็นั่งเล่นเกมไปดิ เดี๋ยวก็ผ่านไป วันวัน
เกลียดความเงียบเว่ย
ชอบมาทำให้คิดนู่นคิดนี่
อยากขับรถ เปิดเพลงดังๆ
เปิดหน้าต่าง แล้วบึ่งไปบนถนน ยาวๆ ไกลๆ
ให้ลมแม้งซัดหน้าให้หายชาซักที
แต่น้ำมันก็ราคาแพง เกรงใจ คนที่บ้านว่ะ
ทำไมต้องมีวันคริสตมาสด้วยนะ
มันเจ็บหัวใจรู้มั้ย สาด
ขนาดนั่งอยู่เฉยๆใจยังสั่นเลย
ต้องหาอะไรทำหน่อยแล้ว
ออกไปข้างนอก ไปนั่งดูต้นคริสตมาส
พอเที่ยงคืนก็แค่กลับบ้าน
และก็คิดไปซะว่า เธอไม่มา
ก็แค่นั้นเอง
สิ่งที่อยู่ในกล่องพระอาทิตย์ กำลังจะตก แสงสีส้มสาดทอให้ปุยเมฆเบื้องล่าง ระยิบไปด้วยประกายวนิลา
เบื้องบนท้องฟ้า ประดับประดาด้วยหมู่ดาว ที่สว่างไสว แม้ยามมีแสง
มีคนบอกว่า ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ จะไม่ได้มีวันได้อยู่เคียงคู่กัน
แต่นอกหน้าต่างตอนนี้ ทั้งสองมาเจอกันที่จุดตัด เพียงชั่วคราวที่ทั้งสองได้ผ่านพบ
และลาจากกันไป
แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ
แต่ทุกวินาทีที่ทั้งสองอยู่คู่กัน ท้องฟ้าจะงดงามเป็นที่สุด
เชียร์ มองออกไปนอกหน้าต่าง ดู ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ในขณะที่อัยกำลังจดจ้องไปที่ ภาพยนตร์ซึ่งยังไม่ลงโรง
"อาหารมาแล้วค่ะ" แอร์ฮอสเตส เสริฟขนมปัง น้ำส้ม และกล่องอาหาร
"ขอบคุณครับ"อัยรับข้าวกล่องมาให้เชียร์ และตัวเขาเอง
"อะไรอยู่ในกล่องน้ะ~" อัยพูดขึ้น
"อาหารดิ" เชียร์พูด "โอ้ะ ไม่รู้เลยจริงๆนะเนี่ยว่าเป็นอาหาร"
"ไม่เปนไร"เชียร์ตอบยิ้มๆ พร้อมกับเปิดกล่องอาหารตัวเอง
"พูดถึงกล่อง...." เชียร์ ยั้งไว้เหมือนมีอะไรจะบอก
"กล่อง?"อัย สงสัย
"ถ้านายรู้ว่า ในกล่องมีของดี ....แต่ห้ามเปิด นายจะเปิดมั้ย"
"ใครสั่ง?"
"คนที่นายรักที่สุด" เชียร์ทำหน้าจริงจังมองมาที่อัย
".....แล้วไงอ่ะ" อัย งง
"นายจะเปิดมั้ย?"
"ไม่อะ"
"ทำไมเหรอ.....ไม่อยากรู้เหรอว่าข้างในกล่องมีอะไร?"
"..ก็อยากรู้อยู่อ่ะนะ แต่ถ้าคนที่เรารักที่สุดสั่ง ก็คงไม่เปิดอ่ะ"
"ทำไมอ่ะ" แววตาเชียร์ แสดงถึงความอยากรู้อย่างแรง
"ก็เขาขอไว้นี่......" อัยไม่พูดอะไรต่อ
"......ถ้านายเชื่อว่าในกล่องคือของดี แล้วคนอื่นจะเอากล่องของขวัญที่ใหญ่กว่ามาให้ นายจะรับไว้ป่ะ"
"รับดิ อุตส่าห์ให้"
"...และถ้ามีข้อแม้ว่าถ้านายจะเอาของใหม่ นายต้องแลกกล่องเก่านะ"
"แลก? ถ้าคนที่เรารักที่สุดให้มา เราคงไม่แลกอะไรหรอก"อัยจ้องหน้าเชียร์ ซึ่งกำลังก้มมองดูกล่องข้าวด้านหน้าของเธอ
"เป็นอะไรไปอ่ะ"
"อืม ก็ดีแล้วนิ"เชียร์ยิ้มรับ แล้วก็หยิบส้อมมีดหั่นอาหารในนั้น
อัย หัวเราะ และก็กินอาหารต่อ
................................................................................
"นานมากแค่ไหนแล้วนะที่เขาสั่งไม่ให้ฉันเปิดกล่องนี้"
"ข้างในนี้มีอะไรเหรอ?"
"...ไม่รู้สิ คนที่ฉันรักที่สุดเขาให้มา"
"คงต้องมีค่ามากแน่เลย"
"อืม ฉันคิดว่าอย่างนั้น"
"ทำไม ไม่เปิดดูหล่ะ"
"เขาบอกว่าไม่ให้เปิด"
"แล้วจะรู้เหรอว่าข้างในมีอะไร นี่มันนานมากแล้วนะที่เธอเก็บมันไว้"
".....ไม่อ่ะ ฉันกลัว"
" กลัว? "
"กลัวว่าข้างใน จะมีอะไรซ่อนอยู่"
"ซึ่งเธอก็จะไม่มีวันรู้ ถ้าเธอไม่เปิดดูนะ"
"......ฉันไม่กล้าอ่ะ"
"เดี๋ยวฉันเปิดให้"
"......อย่าเลยฉันเสียดาย"
"งั้นขอฉันดูคนเดียวก็ได้"
"อย่านะ ไม่เอานะ"
"...."(เขาแง้มดูกล่องในมือเธอ)
".....ข้างในมีอะไรเหรอ?"
"............เขาเอาสายรุ้ง และเมฆขาวใส่มาให้เธอแหละ"
"ดีจังเลย ฉันจะเก็บมันไว้จนกว่าเขาจะกลับมาแล้วเราจะได้ดูด้วยกัน เธอมาอยู่ดูด้วยสิ"
"ไม่ดีกว่า...ขอบคุณนะ"
"เมื่อไหร่เขาจะกลับมาน้า คิดถึงจัง"เธอยิ้มด้วยสดใส แววตาที่เธอมองท้องฟ้านั้นเปลี่ยนไปจากตอนแรก
" หึหึ "
แล้วเขาก็เดินจากไปพร้อมกับของขวัญกล่องใหญ่ที่ยังไม่ได้ให้เธอ
...... แม้ในกล่องนั้นจะมีสายรุ้งจริง หรือเป็นกล่องที่ว่างเปล่า
แต่เมื่อเธอมีความสุขที่ได้เก็บมันไว้ แค่นั้นก็เพียงพอ
12月22日 จึ่ง ที่หลักกิโลเมตรที่22หลักกิโลเมตรที่22
ไม่ไกลนักจากจุดเริ่มต้น
แม้เหมือนว่าเขามาถูกทาง แต่มีบางอย่าง
บอกเขาว่า หนทางข้างหน้า อาจไม่มีสิ่งใดอยู่ปลายทาง
และวิ่งเท่าไหร่ ก็เหมือนจะไม่ทัน
แม้หากตัวไกล แต่ใจใกล้ วันนี้ ไอ้ถุล ไปถอยโทรศัพท์ มือถือ มากะ สา
ไอ้รุ่นที่มันถ่ายรูปได้ ดูหนังฟังเพลงได้ เล่นเนตได้ ทำได้สารพัด
แต่ไอ้ถุลก็รู้เพียงแค่กด เลือกชื่อ สา ก็ จะสามารถคุยกันได้ อย่างอื่น มันเอาไว้ดูเล่นสบายอารมณ์
สา ใช้เวลาทั้งบ่ายนั่งสอน วิชาเทคโนโลยีพื้นฐานให้ไอ้ถุล ซึ่งมันก็ไม่ยากเกินไป สำหรับนักเขียนหัวไวคนนี้
ไอ้ถุลใช้โทรศัพท์ มือถือ !!! เพื่อนๆ ต่างพากันตกใจ กับสิ่งที่อยู่ในมือ ของไอ้ถุลโลเทค
หลายๆคนก็พยายามถามถึงโครงการฝึกนกพิราบขี้เรื้อนของเขา เขาได้แต่ยิ้ม เพราะต่อไปนี้ เขาไม่ต้องพึ่งนกพิราบส่ง
ข้อความหาคนที่เขาต้องการอีกแล้ว เพียงกด ไอ้มือถือแล้วพิมไทย ส่งไปตามเบอร์ของเครื่องอื่น เพียงเท่านี้
จดหมายฉบับเล็ก ก็ถึงมือผู้รับได้อย่างง่ายดาย
ไอ้ถุล เห่อ โทรศัพ มันนั่งศึกษา กดนู่น กดนี่ อยู่ดึกดื่น สิ่งมหัศจรรย์ สำหรับถุลบังเกิด เมื่อ รูปสาที่พวกเขาถ่ายไว้
ด้วยกันตอนบ่าย โผล่ขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกเข้า
ไอ้ถุลรับโทรศัพไม่เป็น
ทำให้ สาต้องโทรเข้ามาหาถุลอยู่หลายต่อหลายครั้ง
โทรศัพท์ เป็น สิ่งประดิษฐ์มหัศจรรย์ ชิ้นหนึ่งของโลก
หากแม้ตัวไกล เราก็มีโทรศัพท์ เชื่อมโยงความเป็นห่วงเป็นใย ข้อความ และความรู้สึกถึงกันได้
หลายคน มีเวลาในโทรศัพท์ มากกว่าที่อยู่ด้วยกันจริงๆ บนโลกแห่งความเป็นจริงที่สัมผัสได้เสียอีก
และในโลกแห่งเสียงนั้น เรื่องราวมากมายเกิดขึ้นและจบลง ในขอบเขต ของการกระซิบข้างหู
เรื่องราวของความสุข ความหวัง กำลังใจ และความเข้าใจ ความรักความห่วงใยซึ่งกันและกัน
ความไม่เข้าใจ ความผิดหวัง ความเศร้า ความเหงา และความอ้างว้าง หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นผสมปนเป
อยู่ภายในมิติ ที่เราสัมผัสไม่ได้ด้วยตาเปล่า
วนเวียน.............อยู่ในโลกที่มีเพียงเราสองคนได้รับรู้
แล้วถุลก็ ทิ้งตัวลงนอนด้วยรอยยิ้ม
วันนี้ เขาได้คุยกับสา เหมือนว่าเธอ มานอนพูดอยู่ใกล้ๆเขา
และวันนี้ เขารู้จักสามากขึ้น ถ้าตอนนี้ถามเขาว่าสา เป็นคนยังไง
เขาคงตอบว่า
สาอ่ะ น่าร้ากกกกกกกกกกก ที่สุดเล้ย!
To be continued na..
12月20日 กระดาษ2ใบอัย ได้รับจดหมาย จากสถานีวิทยุที่เขาฟังเป็นประจำ ก่อนนอน
ข้างในซองนั้นเป็นตั๋วเครื่องบิน พร้อมที่พัก บนเกาะสูเม็ด ที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย
เขาไม่ตกใจอะไร เพราะเขาได้ยิน ผลรางวัลจากวิทยุมาก่อนแล้ว เพียงแค่ตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะตั๋วนี้มี2ใบ
และคนที่ได้รับตั๋วอีกใบเป็น ชื่อผู้หญิง
ถ้าคนนั้น หน้าตาไม่สวยกว่าเพื่อนของเขาที่เป็นกระเทย คงหวั่นใจไม่น้อย ตารางเวลาบอกให้ อัย ได้รู้ว่าพรุ่งนี้ เขาต้องออกเดินทาง อัยรีบเก็บกระเป๋า และนอนเอาแรงเพื่อไปเที่ยวในวันรุ่งขึ้น
"โชคดีนะครับ" ทีมงานวิทยุ โบกมือลา นักเดินทางทั้งสอง ขึ้น เครื่องบิน
อัยยิ้มมุมปากเล็กน้อย เพราะคนที่ยืนข้างๆเขา น่ารักเกินภาพที่เขาคิดไว้
เธอ ชื่อ เชียร์ สาวผมยาวประบ่า โครงหน้าขาวหมวย แต่ตากลมโต รูปร่างได้สัดส่วน แต่งตัวดูดีไม่เหมือนใคร
"อัย ใช่ม่ะ....เราเชียร์นะ ไปกันเถอะ" เชียร์ หันมายิ้มให้อัยแล้วเดินขึ้นเครื่องบินไป
อัย หนุ่มผิวแทน ผมสั้น หยิบโทรศัพ ขึ้นมาลาคุณแม่ และคนซึ่งเป็นที่รักของเขา "เด๋วกลับมานะจ้ะ แล้วเจอกัน"
แล้วเขาก็หยิบกระเป๋าสัมภาระ ขึ้นเครื่องบินไป
ที่นั่งของเชียร์ติดหน้าต่างซึ่งถัดมาคือที่นั่งของอัย"เชียร์ เรียนที่ไหนเหรอ."อัยพูดขึ้นหลังจากเอา กระเป๋าใส่ช่องบนหัวของเขา "เราเรียนอาชีวะอ่ะ อยู่ใกล้ๆมาบุญครอง" เชียร์ตอบ
"เฮ้ย อุเทนเหรอ! เราเดินผ่านทุกวันเลย" อัยตกใจในคำตอบ
"นายก็คงอยู่แถวๆนั้นดิ เรายิ่งอยากดักตีไอ้เดักมหาลัยใกล้ๆอยู่ด้วย" เชียร์ แสยะยิ้ม
"จิงป่ะเนี่ย " "เชื่อก็ควายแล้วย่ะ" เชียร์ตอบ
"แล้วเชียร์ อยู่ไหนอ่ะ" "อยู่บนเครื่องบินอ่ะ" "เอ้อออ ดีๆ"
แล้วเชียร์ ก็หัวเราะเบาๆ ออกมา "แหม...เราเรียนถาปัดอ่ะ อยู่ไอดี ใกล้ๆอุเทนแหละ"
"โหยเก่งจังเป็นผู้หญิงแล้วเรียน ถาปัดด้วยอ่ะ ไม่เหนิ่อยแย่เหรอ"
"หนุกดีนะ ได้ทำอะไรท้าทายดี"เชียร์ พูดขึ้นแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง "แล้วเธออ่ะ"
"เราเป็นครูสอน เตรียมใหญ่อ่ะ"..อัยตอบ
"เออ!"เชียร์ หันมาค้อน
"เราอยู่วิดวะ คอม.." "ยี้พวกกันดั้ม "เชียร์พูดขึ้น"วันวันไม่ทำอะไรสร้างสรรค์อ่ะ เล่นแต่เกม แถมขี้เก้กอีก"
"แหะแหะ มันก็ไม่ทุกคนหรอกนะ" อัยพูดแก้ตัว
"เราก็มีเพื่อนอยู่คนนึงอ่ะ ตัวดำดำ วันวันก็ชอบเล่นเกม เวลาเรียน นะ ไม่หลับมันก็นั่งวาดรูปเล่น หน้าตาคล้ายๆนายเลย
อัยยิ้ม "แหมดีจังมีเพื่อนหน้าตาดีแบบนี้ " "แหวะ "
นกเหล็ก บินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ด้วยเสียงคำรามกึกก้อง
ภายใต้ความกังวาลของใบพัด
เสียงหัวเราะของหนุ่มสาวคู่หนึ่งดังขึ้นอย่างสงบ
(to be continued นะ)
12月18日 sa'tule sa'tory มันเป็นช่วงเวลา บ่ายแก่ๆ ที่ แดดส่องทำมุม 45องศา กับพื้นฟุตบาท
ไอ้หนุ่มผมเป๋ผู้ที่ชีวิตนี้ไม่เคยเดินควงแขนกับเพศตรงข้าม เดินดุ่ยๆ พร้อมกับสัมภาระที่เปรียบเหมือนยกห้องสมุดจากบ้านมาเรียน
เขาเห็นเศษขยะ ตกพื้น เขาจึงก้มเก็บ แหม ไอ้คนดี
แต่ในเศษ ขยะนั้น กลับมีกระเป๋าตังลายคิตตี้ สีชมพู กลิ่น สตอเบอรี่ หอมหวานชื่นใจ
เขาเปิดดู
โอ้ะ แม่เจ้า ในนั้นเป็นรูป สาวสวยยังกะนางฟ้าเพียวริคุ จำแลง ตะแคงข้างส่งสายตาหวานชื่นให้
ไอ้หนุ่มคนดี ตกหลุมรัก รูปภาพ......รูปภาพ.ขนาด ไม่กี่นิ้ว
แต่สิ่งอัศจรรย์ จึงบังเกิด เมื่อ เขา ลดกระเป๋าลง มอง แสงแดด ทำมุมองศากับฟุตบาทข้างหน้าเขา
" อ้ะ เจอแล่ะ กระเป๋าตังนู๋ " เสียงหวานๆนุ่มๆ ยิงผ่านแก้วหูไอ้หนุ่มคนดี "ขอคืนได้ม่ะค่ะ คุณ..."
"อา..อะ ดะได้คับ" "ชื่ออะไรเหรอค่ะ" "ผมชื่อ ถุล ครับ" "เราชื่อสา นะ ขอบคุนจ้ะ"
แล้ว สา-ถุล ก็รู้จักกัน....
ทั้งสอง อยู่ต่างคณะกัน แต่พวกเขาก็ไปมาหาสู่กันบ่อยๆ
ทุกๆเย็นๆ เราจะได้ยินเพื่อนๆ สา ตะโกนเรียกบ่อยๆ ว่า " เฮ้ยๆ สา ถุล มาว่ะ"
ไอ้ถุล เป็นคนพูดเก่ง กลับบ้านหัววัน ไม่อมควัน การพนันไม่แตะ วันวัน ไม่ทำไรมาก ชอบเก็บขยะ เพื่อว่า ประเทศไทยจะได้สะอาดขึ้น ไอ้ถุลมันเป็นคนหล่อ แต่มันขี้อาย พอมีผู้หญิงเข้ามาในระยะ 3เมตร ไอ้ถุลจะตะคริวขึ้น
ไอ้ถุล ได้รับฉายา จากเพื่อนๆ ว่า ไอ้ถุลโลเทค เพราะมันชอบเขียนจดหมาย คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ มือถือ ไม่เคยอยู่ในระบบการใช้ชีวิตของไอ้ถุล ตอนนี้ ถุลมีโครงการจับนกพิราบในคณะของเขาที่มีเยอะและดูท่าทางโง่เง่า มาฝึกเป็นนกพิราบสื่อสาร สมัยอยูธยา ...ไร้สาระจริงๆ
ตอนวัยรุ่น ไอ้ถุล เคยแอบรักผู้หญิงอยู่คนนึง แต่พอเขา เขียนจดหมายรักไป ...ผู้หญิงคนนั้น ก็ย้ายโรงเรียน
ไอ้ถุลโทษตัวเองอยู่เสมอมา แม้ว่าเพื่อนของเขาพยายามบอกว่า ที่เธอย้ายไปเพราะบ้านเธอถูกเวนคืน ทำถนนหลวง
ไอ้ถุล มันน้ำเน่า ชีวิตมันอยู่กับหนังสือ มาซะส่วนใหญ่ เคาท์เตอร์ ดอทเอ อะไรมันไม่รู้จัก มันโลเทค
เคยมีเพื่อนชวนถุล ไปดอทกัน ไอ้ถุลตะโกนกลับไปว่า เอาซิกำลังหิวเลย...หลังจากนั้น ก็ไม่มีใครชวนถุลไปเล่นเกมอีก
การที่ถุลอ่านหนังสือ มากๆ มันเลยชอบเพ้อ ว่างเป็นไม่ได้ต้องเอาหนังสือ มาอ่าน ไอ้พวกมุมมองชีวิต การเดินทางของจิตใจ แต่ไม่ถึงขั้นธรรมะ สู่นิพพานไรประมานนั้น พอถุลคุยอะไรกับเพื่อน มันชอบเหน็บคำคม ไปบาดจิตใจผู้ฟัง
อยู่เนือง เนือง เลยโดน ด่า บ่อยๆ ว่า " มึงอ่ะ ไปบวชเหอะ "
ถุลพ่อคนดี ในที่สุด มันก็ได้พบ สา ผู้หญิงที่น่ารัก .....
...ในสายตาของถุลแล้ว สาเปรียบดั่งแสงตะวัน ที่มาขับไล่ความมื....เอาเป็นว่าเราจะพูดในภาษาคนกันดีกว่า...
สา เป็นผู้หญิงตัวไม่สูงมาก นิสัยน่ารัก คุยเก่ง ร่าเริง ผิวเนียนยังกะตูดเด็ก แก้มชมพูพูเรื่อๆ ตาโต ปากแดง
ชอบเรียกตัวเอง ว่า เค้าอย่างโน้น เค้าอย่างนี้ น่าร้ากจิงๆ เหอะ แต่ ถุล ก็ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสาไปมากกว่านี้
สากับถุล วันนี้ พวกเขาไปกินไอติมกัน
.....วันนี้ เขาไม่ต้องเขียนจดหมาย
(มีต่อนะ...)
12月17日 มนุษย์ ต่างดาว....มันก็เหมือนกับทุกทุกวัน
ที่มนุษย์ ต่างดาวตัวสีเทา นั่งมอง ดวงดาวสีครามจาก ระยะไกลแสนไกล
เขา หลงไหลในดาวสีครามดวงนั้น เพราะทุกครั้งที่เขานั่งมอง เขาจะเห็น เจ้าหญิงของดวงดาวนั้น มองกลับมาด้วยรอยยิ้ม
อันสดใส ทุกครั้งที่แสงแดด ส่องกระทบพื้นผิวของดาวสีครามนั้น มันจะถูกสะท้อน มาที่ดาวของเขา เปลี่ยนความว่างเปล่าให้ สว่างไปด้วยระยิบของก้อนหินที่สะท้อนแดด
เรื่องทุกอย่างเริ่มขึ้นเมื่อค่ำคืนอันมืดมิด มนุษย์ต่างดาว กำลังเตะฝุ่นคุ้ยหาเศษสีสันที่ยังหลงเหลือ อยู่บนดาวสีเทาของเขา นานมากแล้วที่ดินแดนแห่งนี้ ถูกทำให้รกร้างว่างเปล่า ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจของหมู่นักสำรวจเดินทาง
ผู้ซึ่ง เดินทางจากดาวเกิดของตัวเอง สู่อวกาศอันกว้างใหญ่ เพื่อค้นหา'บ้าน'ที่เหมาะสมของพวกเขา
ขณะมนุษย์ต่างดาวผู้นั้นมองขึ้นไปบนฟ้า มียานอวกาศ พุ่งลงมาตก ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่นัก
เขาไม่รอช้า เพราะนานๆครั้งจะมีแขกมาเยี่ยมเยียนดวงดาวเขา ...แต่เขาก็ต้องแปลกใจ
เพราะสิ่งที่ก้าวออกมาจากยานอวกาศไม่ใช่มนุษย์แต่เป็น แมว
แมวอวกาศ!!! มนุษย์ต่างดาว ตะโกนด้วยความตกใจ
มี้~ ชั้นมานี่เพื่อจะบอกให้นาย มองออกไปทางทิศเหนือ แมวประหลาดตัวนั้นตอบ
มนุษย์ ต่างดาวได้ยินแมวพูดอย่างนั้นจึงมองตามอุ้งมือแมวซึ่งชี้ไปทางทิศเหนือ
ภาพที่เห็นไม่ใช่ ท้องฟ้าอันมืดมิดอีกต่อไป กลับเป็นดวงดาวที่ปรากฎอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือเจิดจรัสไปด้วย แสงสีคราม
"โอ้ว พระเจ้าจอร์จ มันยออออด มาก" มนุษย์ ต่างดาวอุทานคำโบราณ ออกไป
"องค์หญิงจากดาวดวงโน้นอยากรู้จักนายแหละ" แมวเข้ามาสะกิดหลังมนุษย์ ต่างดาวซึ่งกำลัง ตกตะลึงในความสวยงามของดาวดวงนั้น
"ดีเลย เดี๋ยวฉันจะเก็บของขึ้นจรวดไปดาวดวงนั้นทันที " มนุษย์ต่างดาว พูดออกมาด้วยความตื่นเต้น
.....
"ไม่ได้หรอกน่า ดาวดวงโน้น มีนักเดินทางมาอาศัยอยู่แล้ว " แมวพูดขึ้น
"...เอ๋ "
" และดาว ก็คงเล็กเกินไปที่จะรับนายไว้อีกคนแหละ ฉันมาที่นี่เพื่อมาสานไมตรี เพื่อนบ้านแทนองค์หญิงบนนั้น"
"....." มนุษย์ ต่างดาวหยุดยืนมองดาวดวงนั้น และเขาก็วางของลง
" แล้วฉันควรทำไงดีเนี่ย ดาวดวงนั้นช่างสวยงามและอบอุ่นเหลือเกิน" มนุษย์ ต่างดาวพูดขึ้น
" ไม่รู้สิ ...รอไปก่อนมั้ง "แมวตอบ
"นานแค่ไหนน้า..." มนุษย์ ต่างดาวนั่งลง แล้วถอนหายใจ
แล้วเขา ก็ ตะโกนขึ้นไป สู่จักวาลอันกว้างใหญ่
"สวัสดี!! ~~"
องค์หญิง บนดาวสีครามนั้น ก็ตะโกนกลับมา
" หวาดดีจ้ะ! "
.................. พวกเขาได้แต่คุยกันข้ามดวงดาว
12月14日 การเดินทางของจึ่ง
จึ่งนั่งอยู่ริมถนนที่ทอดยาวออกไปสุดลูกหูลูกตา รายล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวสด ข้างกายของเขามีสัมภาระ มากมาย "จะไปไหนว่ะ" เบสถามด้วยความสงสัย "ออกเดินทางดิ" จึ่งตอบทันที "หือ.....ตอนนี้เลยเหรอ" "แน่นอน ..... เมื่อวานกูได้รับจดหมายว่ะ " "มันว่ายังไงบ้าง?" .." หาฉันให้เจอ " เบสนิ่ง ไปด้วยความไม่เข้าใจ "แค่นั้นเหรอ?" "อือ" จึ่งตอบ พร้อมกับลุกขึ้น ยืดแขนยืดขา แล้วเขาก็แหงนหน้าขึ้นมองฟ้าสีคราม " หึหึ หาเธอให้เจอ " จึ่งพึมพัมกับตัวเอง "แล้วรู้เหรอว่าต้องไปไหน" จึ่งถอนหายใจ แต่สายตาเขายังไม่ลดละจากท้องฟ้า "ไม่รู้ว่ะ แต่ถ้าเดินไปตามทางนี้ ก็คงรู้เอง" " ครั้งที่แล้วยังไม่เหนื่อยพอเหรอว่ะ " จึ่งมอง เบส ด้วยความเห็นใจ " แค่ลัมกูไม่ตายหรอกว่ะ ดูสิ แค่มองไปรอบๆก็หายเหนื่อยแล้ว " จึ่งตอบพร้อมกับรอยยิ้ม ........ สายลม เย็นๆ พัดผ่านยอดหญ้า ที่เคลื่อนไหวเล่นแสงแดด เติมเต็ม ช่องว่างของพวกเขาอยู่พักนึง จึ่งมองไปสุดสายตา เขาเห็นแต่ถนนที่ทอดยาวไป " ไกลนะ และไม่แน่นอนด้วยว่า จะมีใครอยู่ปลายถนนเส้นนี้รึเปล่า ......." เบสพูดขึ้นมา "....-และคนอย่างมึงจะไหวเหรอ- มึงคงคิดคำนี้อยู่หล่ะสิ " จึ่งยิ้ม "หึหึ รู้ใจไปหมดจริงๆนะมึง" "แล้วมึงจะตามมามั้ย" จึ่งหันมาถาม " อื้ม เดี๋ยวตามไป "
".... ดูสิ ทางที่เราเดินผ่านมาสวยจังเลยว่ะ "จึ่งยกมือชี้ไปข้างหลังเบส เบสยิ้มพร้อมกับยกมือชี้ไปข้างหน้าจึ่ง " เดินต่อไปเถอะ ข้างหน้ากูว่ามันสวยกว่าเยอะว่ะ" "กูก็เชื่อว่าอย่างนั้น" จึ่งหัวเราะอย่างมีความสุข "แล้วเจอกันนะ..."
จึ่งหยิบเป้ พร้อมกับสมุดเปล่าหนึ่งเล่ม ขึ้นมา แล้วเขาก็ออกเดินไป
เบสยังคงยืนมอง ทุ่งหญ้าสีเขียว.....
"............หาเธอให้เจอ..."
12月11日 connectionsเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปลุกให้เธอตื่นจากเตียงนุ่มๆ
เธอ หยีตาไม่สู้แสงตอนใกล้เที่ยง เอื้อมมือไปคว้า โทรศัพท์
เธอตอบรับโดยไม่ดูแม้แต่ชื่อของคนที่โทรเข้ามา "..ฮา โหล?" น้ำเสียงของเธอ ยังเครือไปด้วยความง่วง
"อยู่ไหนเนี่ย" เสียงชายหนุ่ม ถามเธอ ด้วยความสดใส
"อ่อ เพิ่งตื่นอ่ะ"
"อ่า อรุณสวัสดิ์ นะ..... วันนี้ว่างเปล่า? "
"...ไม่อ่ะ วันนี้ ต้องไปซื้อของกับพ่อแม่"
"อืมๆ ไม่เปนไร แล้วเจอกันนะ"
"จ้ะ" แล้วเธอก็วางมันลง
แล้วเธอ ก็ค่อยๆเดินเข้าประตูห้องน้ำไป
.....เสียงเพลงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอวาง แปรงหวีผม ลง แล้วรับมัน
"เฮ้ หวัดดี "เสียงชายหนุ่มจากโทรศัพท์ ดังขึ้น
"อ้า หวัดดีจ้า "เธอตอบรับด้วยเสียงสดใส
บทสนทนาผ่านไปสักระยะนึง เธอก็ได้ยินประโยคที่คุ้นเคย
"เออ วันนี้ไปไหนรึเปล่าอ่ะ"
"วันนี้ไม่ว่างอ่า พรุ่งนี้มีรายงานต้องส่งเยอะยังไม่ได้ทำเลย"
"อื้ม ไม่ว่างอีกแล้วเหรอ "
"ก็มีงานไง"
"เราไม่ได้ไปไหนกันนานแล้วนะ"
"เอาไว้คราวหน้าแล้วกัน"
"........โธ่ เซงกันไป" เสียงชายหนุ่มแสดงถึงความผิดหวังอย่างชัดเจน
ทันใดนั้น สายที่2ก็เข้ามา
"แค่นี้ก่อนนะ แม่เรียกไปกินข้าวแล้ว"
แล้วเธอ ก็ กดตอบสายที่กำลังเรียกเข้ามา
"นู๋เจน งานที่ทำให้เธอเสรจแล้วนะ"เสียงชายหนุ่มอีกคนผ่านเข้ามาทางโทรศัพท์
"อ้ะขอบคุนมากน้ะ ไม่ได้เธอ งานฉันไม่ทันแน่เลย"
"ยังงี้ต้องเลี้ยงข้าวซะ"
"เอาอะไรอ่ะ"
"เอาปลาๆ"
".เอ้ะ??."
"ปรากฎว่ารักเธอ"
"ยี้!! บ้าอ่ะ ฮิฮิ"
"ไม่ได้มีเคืองนะเนี่ย"
"เอาไว้ ฉันหายไอก่อนแล้วกัน"เจนตอบด้วยเสียงสดใส
"....เฮ๋?"
"ไอ เลิฟฟ ยู นะ อิอิ"
"ว้ากก เขินนะเนี่ย"
"พรุ่งนี้เจอกันนะจ้ะ"
"โอเค แล้วเจอกันสุดสวย"
...........เธอแหงนมองเวลา บนผนัง ที่บอกว่าขณะนี้ เวลา บ่าย2โมงครึ่ง
เสียงโทรศัพท์ ดังขึ้น
"อ้ะ ฮัลโหล"เธอหยิบโทรศัพท์ ขึ้นมา
"เจนจ๋า"
"ว่างายย"
"เยนนี้ว่างเปล่าอ่ะ ไปดูหนังกันนะ"
"โธ่.....เราไม่ว่างอ่ะ ต้องไปหาหมอฟันพอดีเลย "
"แล้วเมื่อไหร่จะว่างหล่ะครับ??"
"พรุ่งนี้ คงว่างนะ ขับรถมารับเราด้วยหล่ะที่มหาลัยอ่ะ"
"อืมได้เลย แล้วเจอกันนะครับ"
"จ้า แล้วเจอกัน"
ขณะที่เธอกำลังใส่รองเท้า เธอก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ ดังขึ้น
"มีอะไรเหรอจ้ะ"
"คิดถึงจัง" เสียงชายหนุ่ม พูดด้วยอาการตื่นเต้น
"แหม อะไรกันน่ะ"
"ไปเทียวกันนะ"
"ไม่ได้หรอกอ่ะ พรุ่งนี้จะสอบแล้ว"
"ง่า ไหนอาทิตย์ที่แล้วบอกว่าว่างไง"
"ไปไม่ได้จริงๆ ไว้คราวหลังนะ"
"เจนไม่ค่อยมีเวลาให้เราเลยนะ"
"แหม เราไม่ได้เป็นแฟนกันซักหน่อยนี่"
"แต่ฉันรักเจนนะ"
"...เฮ้อ อย่าพูดงี้อีกนะ รำคาญ"
"...ทำไมอ่ะ"
"เอาเหอะ แล้วเจอกัน เด๋วต้องไปอ่านหนังสือแล้ว"
"....เจน ฉันอยากรู้ว่าเมื่อไหร่เราจะไปไหนมาไหนเหมือนกับเมื่อก่อนบ้างหล้ะ"
"ไม่รู้ แล้วเจอกันนะ บาย"
เธอวางโทรศัพท์ ลงด้วยอาการหงุดหงิด
เสียงโทรศัพท์ หมายเลขเดิม ดังขึ้นอีก3-4ครั้ง แต่เธอก็ไม่ตอบรับมัน
มีรถยนตร์คันหรู มาจอดหน้าบ้านของเจน
"หวัดดี ดาร์ลิ้ง"เจนทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส
"มามะ หิวจะแย่อยู่แล้ว"
"หิวอะไรจ้ะ"
" อยากรู้เหรอ ขึ้นมาสิจ้ะ เจนนี่จัง"
"ได้เลย ฮิฮิ"
อีกมือนึงเธอ ค่อยๆกดโทรศัพท์ ให้อยู่ในโหมดไร้เสียง
แล้วเธอก็ขึ้นรถไป
ก่อนนอนเธอหยิบโทรศัพท์ ขึ้นมาดู
19 missed call
เธอยิ้มมุมปาก ...
ขณะนี้เวลา4ทุ่ม
แล้วเสียงโทรศัพท์ ก็ดังขึ้น
"อ้ะที่ร้ากกก"
"เปนไงบ้างเจน"
"อากาศร้อนมากเลยวันนี้ ที่นู่นเปนไงบ้าง"
"ที่นี่หิมะตกแหละ เนี่ยนะเมื่อเช้าวันนี้...."
........แล้วบทสนทนาก็ยังคงดำเนินต่อไป
7250หวัดดีเบส จำฉันได้รึเปล่า
จะว่าไปแล้ว มันเป็นเวลาที่นานมากเลยนะ สำหรับฉันที่ได้อยู่กับนาย
วันแรกที่เรารู้จักกัน นายโคตรเห่อฉันเลย
นายใช้ฉันไปเกบภาพนู่น ภาพนี่ หรือ แม้แต่ ถ่ายตัวเอง ชอบถ่ายรูปมากเรอะ บ้าเปล่าว่ะ
ถึงแม้ภาพที่ฉันทำให้นายมันจะไม่ชัด แต่นายก็ไม่แคร์ ยังดันทุลังถ่ายได้
แล้วก็แปลกนะ รูปคนไม่ถ่าย ไปถ่ายไรกัน ไอ้พวกก้อนเมฆ ต้นไม้ ไม่ก็เงา ไม่ก็ไอ้พวกรูปแปลกๆ
ก็แน่ละสิ ตอนนั้นฉันเป็นคนแรกที่สามารถถ่ายรูปสีได้
ตอนนั้นฉันบอกได้เลยว่า ฉันน่ะ เจ๋งสุดในโรงเรียนแล้ว
นายยังหาเพลงมาให้ฉันฝึกร้อง เหนื่อยนะเว่ย เอาเพลงมาให้ตั้งเยอะ แต่ก็ไม่ยอมให้ฉันร้องเพลงพวกนั้นซะที
ฉันยังจำได้เลย ว่านายใช้ เพลง silly fool ไว้เรียกเพื่อน เพลง พรู ไว้เรียกครอบครัว และเพลง running ของ no doubt
ไว้รับสายเรียกเข้าทั่วไป และนายยยยย ฮั่นแน่ นายใช้ ดอกไม้กับหัวใจ ไอแซ่ก ให้สำหรับคนคนหนึ่ง
ซึ่งหลังจาก ม6 ฉันก็ไม่เคยร้องเพลงนั้นอีกเลย จำได้มั้ย?
หลังจากที่นายเข้ามหาลัย ไอ้อะไรน้า....ที่ มันเก่าๆอ่ะ
เออ ช่างมันเหอะ
ฉันรู้ ว่าชีวิต มหาลัย มันสนุก ถึงแม้มันจะไม่หวือหวา วี้ดวิ้ว วู้ฮู้ว เหมือนตอน ม ปลายก็เหอะ ไอ้"พี่เบส"
แต่นายก็ยังคงเกบ คำอวยพร ความหวังดีไว้อยู่นี่หว่า รวมถึงแมสเสจของคนที่เคยชอบเรียกมึงว่า ที่รัก ที่รัก ด้วยอ่ะ
เออ...มึงอ่ะ ผิด เข้าใจก็ดีแล้ว
นายเกบแมสเสจไว้เยอะมาก จะเอาไประลึกชาติ หรือไงกัน
อัดหัวฉันจนต้องเตือนบ่อยๆว่ามันจะระเบิด แล้ว มันจะระเบิดแล้วนะเฟ่ย
ก็ดีว่ะ อ่านแมสเสจนายก็สนุกดี ไอ้พี่เบส
แต่ กว่าจะอ่านหมด แทบอ้วก
เออ ฉันอยากบอกว่า ฉันน่ะ แอบฟังแกคุยโทรศัพท์ มาตลอดเลย
ประหลาดดีเนอะ อยู่ไกลกันแสนไกล ก็ยังสามารถได้ยินคนที่เราคิดถึงมากระซิบข้างๆหูได้
เหมือนได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา
เอาหล่ะ ฉันรู้ว่าวันนี้ต้องมาถึง
และฉันก็คงคิดถึงนายมาก
ช่วงเวลา3ปีกว่าๆ ที่ได้อยู่กับนาย มันมีเรื่องราวเยอะแยะเลย นายพาฉันไปทุกที่ที่นายไป
เวลานายเหงา นายก็มีฉันเป็นเพื่อน
ฉันรู้ ว่า นายเรียกฉันว่า ความทรงจำที่มีค่า
ฉันเดินทางผ่านเวลาไปกับนายมานานพอดูแล้ว
วันนี้ ฉันขอส่งนาย เพียงแค่นี้
ให้นายเดินต่อไป สู่วันข้างหน้า
เก็บข้อความดีดี เก็บความห่วงใย ของคนที่นายเคยผ่านพบไว้กับฉัน
เพื่อว่า วันใด ที่นายอยากกลับไปนุ่งกางเกงน้ำเงิน ก็แค่ เปิดมันออกมาดู
สิ่งที่เรียกว่า"ความทรงจำที่มีค่า"ของนาย
-และยินดีด้วยนะ w800i ที่ได้เดินทางต่อไปกับเขา
จาก 7250 เพื่อนรัก
12月10日 Art StreetSวันแรกของเดือนธันวาคม
.......................................................................................
.......................................................................................
......................................................................................
....................................................(เรื่องราวดีดี ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก)
........................................................... เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน
เพราะไม่รู้ เลยพูดไม่ได้เต็มปาก
เพราะเรื่องราว ดีดี เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
พร้อมกับแดดอ่อนๆ ของเดือนธันวาคม 12月6日 ลุงชิวเสะ กับนักปีนเขาลุงชิวเสะ ....ยังจำลุงได้มั้ย
ไม่นานมานี้ ลุงชิวเสะ เดินทางไปตก ปลาดุกอุยฟู ในตำนาน บนยอดเขาธงชัย มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานมาก
สำหรับคนแก่ๆ อย่างลุง ซึ่งกลับมาจากอุบลไม่นาน
เที่ยงวันถัดมาหลังจากที่รถบัสนำลุงมาถึงตีนเขา ลุงเก็บข้าวของพร้อมออกเดินทางสู่ตาน้ำ' มหัศจรรย์โคตร' บนยอดเขา
ตุบ...!
มีนักปีนเขาตกลงมาตรงหน้าลุงชิวเสะ
"เฮ้ย" ลุงตกใจ " ไม่เป็นไรครับ ไม่เจ็บ ไม่เจ็บ" นักปีนเขารีบพูดแทรก
นักปีนเขาลุกขึ้นด้วยอาการสะบักสะบอม "เนี่ยนะไม่เป็นอะไร"ลุงถามอย่างเป็นห่วง
"ครับ" นักเดินเขาไม่รอช้ารีบปีนผา นั่นต่อ
ลุงหยุดดู นักปีนผาผู้เหนื่อยล้าปีนขึ้นเขาต่อไป
ตุบ....!
ลุงยืน งง
"แหะแหะ" นักปีนเขารีบ ปัดฝุ่นอย่างอายๆ แล้วปีนขึ้นเขาต่อ
ตุบ...!
......"ทำไมปีน มันอยู่ได้หล่ะ ทั้งๆที่รู้มันปีนไม่ได้" ลุงพูดขึ้นมาทันทีหลังจากที่เหน นักปีนเขา นอนดิ้นด้วยความเจ็บปวด
...."ผมเชื่อว่าผมปีนได้ แม้ผมล้ม ผมก็ยังลุกขึ้นมาใหม่ได้เห็นมั้ย ผมไม่ยอมแพ้หรอก" นักปีนเขาพูดขึ้นมาด้วยความมั่นใจ พร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยพลังและความหวัง
..."แต่เห็นอยู่ว่ามันปีนไม่ได้อ่ะ"
"ทุกครั้งที่ผมหล่น ผมปีนไปได้ไกลกว่าระยะเดิมทุกครั้งนะครับ"
"ฉันยังมองไม่เหนยอดดเขาเลยนะ"ลุงพูดขึ้นลอยๆ
"สักวันหนึ่งผมจะไปถึงยอดเขานั้นให้ได้"
"...."
แล้วนักปีนเขาก็ ปีนขึ้นไปอีกครั้ง
ลุงหยิบคันเบ็ดแล้วออกเดิน ตามป้ายที่เขียนว่า
"ยอดเขาอีก800เมตร ตามทางนี้.....->....."
12月5日 เวลาที่มีเพียงตัวและหัวใจไปทริป textile มา ลุยขึ้นอีสาน ไปดูวิธีการทำผ้าต่างๆ โคตรงงเลย
ไปมา4วัน สนุกดีนะ รถทัวร์หรูมาก นั่งนอนกลิ้งได้สบาย วิวข้างทางสวยดี สงบเงียบ มีแต่ทุ่งนา และขอบฟ้า
เตรียมใจว่าจะต้องไปนอน home stay มี mom กะ dad หรือไม่ก็ อาศัยชายคาวัดที่ไหนอยู่
ผิดถนัด
ได้นอนโรงแรมอ่ะ วันแรก ก็ เป็นโรงแรม เล็กๆ แต่ก็ อยู่สบาย มีที่นั่งเล่นกันตรงกลาง
วันที่2อัพเกรด มีสระว่ายน้ำ นอก ชานและ เอเตรี่ยม โคตรหรู ลมเย็นมาก
วันที่3นี่ โรงแรม โบราณ กลางเมืองสุริทร์ ถิ่นช้างไทย เล่นน้ำกันเกือบเที่ยงคืน หนาว สัสๆ แต่ ก็สวยดี
การไปดูผ้าไหม ผ้าฝ้าย ก็ดีนะ ผ้าสวยมาก ละเอียดโคตรๆ ต้องทำรายงานด้วย ถ้าทำไม่ดีต้องกลับมาทำใหม่ เยรค ไม่อยากเลยว่ะ ดูเค้าทำไป จิตใจ ข้างในแม้งก็บอกว่า งานยังงี้ มึงเกิดใหม่ก็ทำไม่ได้หรอก งาน pattern ไม่ค่อยถูกกับตัวเราว่ะ ไม่ค่อยชอบแหะ แต่มันก็ต้องเรียนทำไงได้ อาจารย์ วิชัยที่ขึ้นชื่อ คุยสนุกโคตร ถึงแม้ ego จะสูง แต่ เค้าเก่งจริงๆอ่ะ
ชอบคำที่เขาพูดว่า ชั้น คือ เอ็นไซโคฟีเดียเดินได้ ก็จริง นะ เค้าเก่งจริง (และเกรดคงโหดมากๆว่ะ )
ขณะที่นั่งอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย เคยรู้สึกมั้ยว่า เราอยู่คนเดียว
แม้ จะพูดคุยและหัวเราะ อย่างสนุกสนาน
แต่ เราก็อยู่คนเดียว
เสียงหัวใจเต้น ดังอยู่ในอก อย่างสงบ
เวลาค่ำคืน ที่ ตัวและหัวใจอยู่ด้วยกัน มันหนาวนัก
อยากให้ มันไปอยู่ไกลๆจากกัน ให้ไกลออกไปห่างๆ
แล้วเชื่อมโยงด้วย ความรักความห่วงใย ผ่านเสียงจากใครสักคน
อย่างน้อย เพื่อให้ เวลาที่นอนมองฟ้าเวลาค่ำคืน
จะได้ไม่ต้องฟังเสียงหัวใจตัวเอง
|
|
|