Bez 的个人资料"นึกแล้วว่าคุณต้องอ่าน"照片日志列表 工具 帮助

日志


2月10日

Center of the World

 
  ฉันขีดท้องฟ้าด้วยมือเปล่า
แบ่งสีบนนั้นออกเป็นสองเฉดสี 
สีขาวและสีดำ
 
ฉันสัมผัสผืนทรายด้วยมือเปล่า
บีบเม็ดทรายผ่านฝ่ามือแบ่งออกเป็นสองสี
สีขาวและสีดำ
 
ฉันเดินต่อไปบนเส้นทางที่ว่างเปล่า
กางแขนออกไปทางซ้ายและขวา
ด้านซ้ายคือสีขาว
ด้านขวาคือสีดำ
 
ฉันมองเห็นแสงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า
แม้มันจะเป็นสีขาว
แต่พอฉันหลับตามันจะต้องเป็นสีดำ
 
ฉันเดินผ่านผู้คนบนถนนที่ว่างเปล่า
บอกพวกเขาว่าคือสีขาว
และบอกพวกเขาว่าคือสีดำ
 
แล้วผู้คนบนถนนที่ว่างเปล่า
บอกกับฉันว่า ฉันคือสีขาว
และบางคนก็บอกกับฉันว่า
ฉันคือสีดำ...
 
 
 
2月9日

ลาซามหันตรา

 
'ลาซามหันตรา' เป็นหอคอยกลางป่าที่ทำมาจากหินเขี้ยวหนุมานขาวอร่ามตา
สามารถมองเห็นได้จาก ขุนเขารอบด้านทั่วทิศแถบหิมพาน
และเป็นสถานที่อันรู้จักกันดีในหมู่บรรดาจอมขมังเวทอโยธยา
เหล่าบรรดาขุนนางที่มีบุตรหลานจนถึง จอมยุทธทั่วฟ้า ต่างปราถนาจะให้ทายาทของพวกเขา
ได้ศึกษาพระธรรมและอาคมในเขตขันธ์ของนครแห่งนี้
 
เป็นเวลาล่วงเลยมากว่าสองร้อยปีที่ผู้สำเร็จวิชาจากลาซามหันตรา
ได้นำวิชาอาคมไปพัฒนาบ้านเมืองจนถึงสร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ให้มหานคร
ก่อนวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนยี่2วันจะเป็นวันเฉลิมฉลอง การสถาปนาลาซามหันตรา
โดยใช้ชื่อ'ราตรีศรีรัตนา'หรือในภาษาปะกิดถิ่นชนผมทองเรียกกันว่า ลาซาลเลี่ยนแฟร์ 
ซึ่งจัดขึ้นเฉลิมฉลองทุกปีเป็นต้นไป  จะเป็นค่ำคืนที่เหล่าบรรดานักรบผู้เกรียงไกร จนถึงนักเวทผู้ยิ่งใหญ่
ที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันใต้เงาหอคอยลาซามหันตรา จะมีโอกาสได้พบปะกันอีกครั้ง
 
จึงขอให้เหล่านักเดินทางทุกท่านเตรียมพร้อมและมาผ่อนคลายพร้อมกันถ้วนหน้า
หมายเหตุ ภายในงานไม่อนุญาตให้มันผู้ใด ร่ายเวทมนต์หรือ ชักดาบออกจากฝัก
มันผู้ใดกระทำการเช่นนั้นพึงถูกลงโทษสถานหนัก
 
-อะไรวะ
2月7日

แม้วันเวลา เปลี่ยนไปรวดเร็วกว่าสิ่งใด

การก้าวกระโดด ของวันเวลา ผ่านไปรวดเร็วอย่างไม่ทันตั้งตัว
อีกหนึ่งข้อความขอจารึกไว้
ก่อนที่ทุกอย่างจะแปรผัน
เหตุการณ์ในช่วงสามเดือน อาจสาบสูญเป็นอากาศธาตุ
เพียงแค่ผู้เขียนไม่ได้แวะเวียนมาspace ที่เขาเคยรู้จัก
หากจะถามว่าเกิดอะไรกับฉัน
ก็คงบอกปัดและบ่นพึมพำว่า ขอฉันฝันต่อไป
 
ฉันหลับตาลงเดือนตุลา
ตอนที่ลมหนาวที่แสนหวานกลับมาอีกครั้ง
 
ฉันเคยเชื่อว่า ความสุขมักจะอยู่กับเราได้ไม่นาน
ความสวยงามของฤดูหนาวก็มักจะปลิวหายไปเมื่อเลขปฎิทินเพิ่มจำนวน
แต่แค่เพียงหนาวและเหงา คงไม่เป็นไร
เพราะในเมื่อมีคนเคยแต่งเพลงว่า ความเหงาคือเพื่อนของเรา
ฉันก็คงไม่ได้เหงาอย่างเดียวดายบนโลกใบนี้
เคยเข้าใจและยอมรับ
คราบน้ำตาที่มองไม่เห็นเคยบาดลึก
คอยจดจ่อกับหน้าหนาว ที่หัวใจว่างเปล่า
กอดตัวเองกับลมหนาวที่จะเข้ามา
 
เคยถามหา ว่าความรักคืออะไร
คิดคิดฝัน ว่ารักดีดี เป็นแบบไหน
และเคยถามตัวเอง ว่าทำร้ายใครมามากนัก
พี่ชายเคยบอกไว้
นี่อาจเป็นกรรมของมึง
ที่ทำร้ายใครต่อหลายคนจนตัวเองต้องลิ้มรสความเดียวดาย
มันขมขื่น และทำให้รู้ว่ารักรสหวานขนาดไหน
 
ดังนั้น ฉันจึงหลับตาลง
หนีจากโลกที่ ฉันเคยประกาศกร้าว ว่าไม่มีอะไรแน่นอน
หลบหนีอยู่ในปุยนุ่นและกลีบเมฆ
ล่องลอยออกไปบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่
โบยบินไปให้ไกลสุดสายตา
ข้ามผ่านขอบเขตของกาลเวลา
และที่แห่งนั้นเอง
ชื่อที่เคยคุ้นเคยถูกลืมเลือน
แทนที่ด้วย ท้องนภาสีคราม
กับเธอ แสงสว่างที่อยู่กับผมตลอดเวลา..