Bez 的个人资料"นึกแล้วว่าคุณต้องอ่าน"照片日志列表 工具 帮助

日志


3月31日

20วันที่ผ่านมา ...

ขอบคุณ...
 
 
เกือบ20วัน ที่ผ่านไป  มันช่างดีอะไรเช่นนี้
หลังจาก ที่ความว่างเปล่า ได้เข้ามาทักทายผม
 
    ผมก็ทำความรู้จักกับมัน
ได้ใช้เวลาร่วมกับมัน
ได้เดินทางไปพร้อมกับมัน
 
แม้ช่วงแรกๆ  ผมจะกลัว
และเก็บตัวเองอยู่ในบ้าน จมอยู่กับโลกจำแลงของเครื่องเกม
เพราะความว่างเปล่า  ทำให้ข้างนอก เงียบเหงาและวังเวง
 
ผมไม่กล้าเดินออกไป
 
แม้โทรศัพที่ผมพกติดตัว  อาจเป็นทางออก อย่างที่ผมเคยใช้
แต่ผมไม่อยากสัมผัสมัน
ผมกลับรู้สึกว่า  ทุกครั้งที่ผมยกโทรศัพขึ้นมาโทรหาใครสักคน
ผมพยายาม ทำอะไรอยู่รึเปล่า
ฝืนอะไรอยู่มั้ย
การที่โทรหาใครฝ่ายเดียว  มันไม่ใช่ทางออก
 
สิ่งแรกที่ได้เจอ  คือ   ผมไม่มีตัวตน  
 สำหรับ คนที่ผมเคยคุยกับเขาอย่างสนุกสนาน เป็นชั่วโมง
ผมกลายเป็นความว่างเปล่า ในโลกของเขา
 
 
...ผมโดนมันเล่นงานเข้าแล้ว
 
 
ผมขับรถออกไป  ตามที่ต่างๆ
นั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดเป็นวันๆ
เข้าโรงหนัง ดูหนังที่อยากดู
 ไปเดินดูของที่อยากได้
กินอาหารที่อยากกิน
 
....ในเมื่อมันเป็นอย่างนี้
   ก็ต้องเป็นแบบนี้สิว่ะ
ผมคิด
 
 
 
ท้ายสุดแล้ว    ความว่างเปล่าเขาก็เป็นเพื่อนที่น่ารักคนนึง
ไม่ได้โหดร้ายเหมือนกับที่ผมคิดไว้ตอนแรก
เขา สอนให้ผม   เห็นโลกมุมใหม่ๆ
ให้มองเห็น เส้นทางที่ผมเดินผ่านมา ในรูปแบบ ที่ผมไม่เคยนึกมาก่อน
 
เขาเปลี่ยน ความเหงา ให้เป็นความอิสระ
 
ไปในที่ที่อยากไป
ทำในสิ่งที่อยากทำ
 
    ไม่ต้องรอใคร
     ไม่ต้องวางแผนอะไร
   ไม่ต้องโทรหาใคร
     ไม่ต้องเรียกร้องสิ่งใด
 
ปิดเทอม  คือเวลาที่ควรได้พักผ่อน
เกือบ20วันที่ผ่านมา  คือช่วงเวลาพักผ่อนที่มีค่า 
และสอนอะไรให้ผมหลายอย่าง
 
 
 
 
ผมเคยอยากถาม ว่า ความว่างเปล่าจะเอาอะไรกับผม
 
                                                                      ตอนนี้ผมอยากบอกเขาว่า   ขอบคุณว่ะ
 
                                                                     
 
 
 
 
 
3月26日

มิตรภาพเหมืองแร่

เพิ่งดู มหาลัยเหมืองแร่
 
มีคำหนึ่งคำ
 
 
                                                   นายช่างใหญ่ตบไหล่อาจินครั้งสุดท้าย
                               
                                                        "ถึงมึงเอากูไปฆ่า     กูก็รักมึง"
 
 
 
 
 
                                                                                                                                        
 
 
 
 
(ที่จริงกูพูดไปอย่างนั้นหล่ะ มึงจะได้ซึ้งๆ)
 
                                                                                         แล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันไปตามทางเดินของตัวเอง
                                                  
    
 
3月25日

ฉันเป็นรูคีเมีย..

สิ้นเสียง  ของสาวน้อยผู้อิดโรย กับใบหน้าที่เจิ่งนองด้วยน้ำตา       
เขาถึงกับร้องไห้ออกมา
 
สิ่งที่เขาได้ยินมันช่างไม่น่าฟังเสียเลย
เขาหวังว่า มันเป็นเพียงแค่คำโกหกที่เขาเคยได้แต่งขึ้นเพื่อ  หวังรางวัลทางวิทยุรอบดึกแค่นั้นเอง
 
"ฉันคิดว่า ฉันคงมีเวลาอีกไม่มากนัก"  เธอพูดขึ้น
"ทำไมต้องเป็นแบบนี้  ..."   
 
"ฉันคงโชคร้าย..." เสียงของเธอแผ่วเบาด้วยความเศร้า
"เธอต้องไม่เป็นไรนะ อดทนไว้ ซักวันมันต้องมีทางแก้"
เขากุมมือเธอ แน่น
 
"อย่าร้องไห้สิ ฉันยังไม่ตายซักหน่อย  จะร้องไปทำไมหล่ะ" เธอพูดให้กำลังใจเขา ผู้ซึ่งทรุดลงตรงหน้าเธอ
 
น้ำตาของเขาไหลลงสู่ผืนผ้าสีขาวบริสุทธิ์ เบื้องล่าง
 
 เธอยื่นมือที่โยงด้วยสายน้ำเกลือไปสัมผัส เส้นผมของเขาเบาๆ
 
"เดี๋ยวพอฉันออกจากนี่แล้วเราไปกินไอศกรีมที่ ริมหาดร้านเดิมกันนะ"
"หวัดกินแย่หรอก ยิ่งภูมิต้านทานไม่ค่อยดีอยู่" เขาแหงนขึ้นมามองเธอ
"งั้นไปกินพิซซ่า" เธอยิ้ม
"ของโปรดเลย"
"หลังจากนั้น เราก็ไปว่ายน้ำๆ"  เธอขยี้หัวเขาเบาๆอย่างเอ็นดู
"ช่วงนี้ทะเลมรสุมเข้าแมงกระพรุนเยอะ  เดี๋ยวตายเพราะมันก่อนเป็นรูคีเมียหรอก"เขาอมยิ้ม
"บ้าย่ะ เค้าจะว่ายน้ำสระ"
"อ้ะ ดีใส่ชุดว่ายน้ำแล้วเซ็กซี่โคตรเลยนะเธอ"
"ทะลึ่ง " เธอตบเขาไปเบาๆ
 
"ครั้งที่แล้วตอนไปทะเลดันเป็นลมซะก่อน ตกใจแทบแย่"
"แหม ตอนนั้นใกล้สอบไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย"
"กำลังกินเค้กของเธออย่างอร่อยเลย เสียดายกลับมามดขึ้นหมดแล้ว"
"สมน้ำหน้า ของดีต้องกินให้หมดก่อน"เธอแลบลิ้น
" เห็นฉันเปนคนเหนแก่กินเหรอไงนู๋"
"นี่แปลว่าแอบมองฉันตลอดเลยดิเลยรู้ว่าเป็นลม"
"...ก็..อ่า"  ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
"แหมๆทำเป็นอาย ตาบ้า" 
 
"น้ำเกลือ อร่อยมั้ยเนี่ย ทานทุกวันเลย" เขาพยายามเปลี่ยนเรื่อง
"ลองกินมั้ยล่ะจ้ะ" เธอยิ้ม
"ไม่อ่ะ เด๋วเปนโรคไต"
"บ้าเหรอ ชื่อน้ำเกลือ แต่ที่จริงมันรสหวานนะ"
"เฮ้ยจริงดิ"
"อื้ม" เธอผยักหน้า
 
"..ใครบอกว่าน้ำเกลือหวาน"
"ถามพยาบาลดูดิ ..." เธอยิ้มและมองไปที่พยาบาลที่กำลังเดินเข้ามา
"หมดเวลาเยี่ยมแล้วค่ะ" พยาบาลพูดกับเขาเบาๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เขายืนอยู่ตรงนี้   บนหน้าผาดินสีแดง  กลางทะเลทรายที่กว้างใหญ่ 
เขายืนคู่กับเธอ
 
เธอผู้น่ารัก  เธอ ผู้แสนหวาน  เธอ ผู้ร่าเริง
 
 
เขาโอบกอดเธอครั้งสุดท้าย
จูบลงบนริมฝีปากเธอเบาๆ
"บ้าเหรอ น้ำเกลือบ้านเธอซิหวาน.."
"ตาโง่เอ้ย โดนหลอกไม่รู้ตัว"
"ทำไมวันนั้น..เธอไม่บอกว่.."
เธอจูบเขาอีกรอบ "ไม่จำเป็นต้องรู้"
 
"ขอแค่รู้ว่าเวลาที่ฉันอยู่กับเธอ ฉันมีความสุขที่สุดในโลก"
"แม่นางเอก.."เขายิ้มทั้งน้ำตา
"..แหมคิดไว้ตั้งนานนะเนี่ย คำเนี้ย"เธอหัวเราะ
 
"และขอให้รู้ว่าเธอจะอยู่ในใจชั้นตลอดไป"
"ฉันรู้..."
 
 
 
 
เขาปล่อยมือจากเธอ
 
เธอหลับตาอย่างสงบ
 
 
เศษเสี้ยวทรายสีขาว  จากกำมือของเขา
  ล่องลอยออกไปตามสายลม
 
โบยบินอย่างอิสระ  สู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่
 
 
 
 
"รักนะเว้ย"  เสียงชายผู้นั้นดังกึกก้องไปทั่วทะเลทราย
 
...... แล้วท้องฟ้าที่สดใส     
 
                                     ก็ยังคงสดใสอยู่อย่างนั้น  ไม่เปลี่ยนแปลง                                                                     
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
3月22日

ช่วงเวลาตัดสินใจ ...อีกแล้ว

คือ วันนี้ ตอนดึก เปนวันขึ้นค่ายผลัด3
 
 
    ลังเล  และคิดไม่ออก    จะเอายังไงดี
เมื่อวานไปคุยกะอาจารย์ เลื่อนส่งเก้าอี้ ไปหลังลงค่าย
แต่ยังไม่ได้บอกใคร ว่าจะไปหรือไม่ไป
 
หวังว่า การเขียนบล้อกนี้ คง ช่วยให้ไอ้คนพิม คิดไรได้ขึ้นมาบ้าง
 
...ทำไมอยากขึ้นค่าย?
  สงบดีนะ  ได้อยู่กับตัวเอง  ไปในที่แปลกๆที่ไม่มีโอกาสได้ไป
มีเวลาหนึ่งวันที่ยาวขึ้น   ได้อ่านหนังสือบนรถไฟ  ได้สูดอากาศบริสุทธิ์
พบ เห็น ความเปนอยู่ของคนอีกโลกนึง
โลกที่ไม่ได้หมุนด้วยเงินตรา
ตกดึกได้นั่งฮัมเพลงถึงมันจะไม่เพราะก็เถอะ
ได้จ้องมองเปลวเทียน จับจ้องเป็นชั่วโมงๆ ยังกะดูทีวี
ได้คุยกับเพื่อนมากขึ้น
ได้ผอมลง เพราะกูกินแกงไม่เปน และเกลียดพวกแกงส้ม ปลากรอบ ไม่ก็ โปรตีนเกษตร
มีความทรงจำ
.....ความทรงจำยังไง?
กูว่ามึงต้องจำภาพพวกนี้ได้
 
ป่าแป๋ .... นี่ไง ทุ่งนากลางหุบเขา  ตอนเช้า ยังกะ เดอะลาสซามูไรที่เพิ่งเข้าโรงตอนนั้น
    และก็นี่ น้ำตก ก้อกไหล  ที่เดินลุยป่ากันไปตั้งนาน    มีไอ้เฟิม จ๋า กู พี่หมู พี่บิ๋ม และก็พี่แก่อีกคน
   ที่ไปเจอน้ำตกพอขึ้นไปต้นน้ำดันเปน ท่อจากนา ตลกแสรด  กูว่ามึงคงจำภาพการเดินทางนั้นได้ตลอดเลยนะ
  บรรยากาศบนรถไฟ เมื่อยแต่ก็สบายจัง
  เอ้ะ  เอ้ะ ตอนนั้น มึงนั่งกะคัยหว่า อิอิ
อากาศดีโคตรอ่ะ
หนาวเยนสบาย
ภาพ บนเรือนโรงเรียน ที่มึงพยายามจะดีด จะเกบเธออยู่ในใจเสมอ  มึงจำได้สินะ
และก็นี่ ที่มึงไปแกล้งเปนผียื่นมือไปจับไอ้เบีย จน มันงอน
ตอนกลางคืนก็นอนซ้อนๆกันดูดาว
รุ่งเช้า พี่แพง ก็เอา กาละมังมาตี
พี่อู๋ เอากลองยาว ไรซักอย่างมาปลุก
 
แย่เนอะ มันค่อยๆเลือนลาง  แต่ยังคงมีสีสันอยู่
 
ต่อไปอะไรนะ..ห้วยหอย 
  อ่าค่ายนี้   น้ำมันไหลผ่านกลางค่ายด้วย
เยนๆ แต่พอหลังๆ มันไม่ไหลซะงั้นอ่ะ 
เด็กๆขี้อายโคตร 
ตอนนั้นมึงไปผลัด3เหมือนกันสิ อดไปน้ำตกเลยเนอะ
ใช่ๆ มึงพากย์เสียงวัว  รั่วสัด ทำไปได้ไงอ่ะ
ไปขุดหลุมขี้  จำได้เลยเนี่ย แดดร้อนโคตร
ริมบ่อน้ำ
อ่า ภาพนี้ ล้างจานกับไอ้ตุ้ม ตอนดึกๆ คุยเรื่อยเปื่อยไร้สาระ แต่จำได้ไงว่ะเนี่ย
และก็การมาของปีโป้  ได้แต่ยืนมองมันลอยอยู่ใน บ่อน้ำเยน อย่างหิวโหย
อ้อ แล้วผลัดนี้ ได้ล้างจานเกือบทุกวัน.....ทุกวันยกเว้นวันสดท้าย  ภูมิใจสัดๆ
เรือนนอน นอนมองเหนไอดินเลยอ่ะ ตอนเที่ยง ร้อนโคตร
และนี่ ตัวแรงเลย  ขากลับเผลอหลับ ตื่นมาอีกที อะไรวะ อึดอัด
แดดเลียจนเกรียมเลย ริมหน้าต่างรถไฟ
 
 
ต่อไปก็ ดอนโจด....
 อ้ะ ดอนโจด  เด็กโหด
ฆ่ากันเลยมั้ยครับ เด๋วพี่จะทำอาวุธให้
เด็กรักความรุนแรง ชอบวัตถุระเบิด
ตบตี แย่งพี่ฟิว ซะงั้นอ่ะ
ไซท์ สวยมาก ริมทะเลสาบปลิงดุ
ตอนเยน โคตรชิวอ่ะ
เอาโต้ะไปตั้งในน้ำ และนั่งชิว สบายสัสๆ
ได้เล่นน้ำด้วย โดดตีลังกาท้าตอ  ดำพุดดำว่ายไม่ไกลฝั่ง กลัวน้ำลึก   *หยึยๆสาหร่ายมาก
ดอนโจด ทำให้อะไรเปลี่ยนไปเยอะเลยเนอะ
จะว่ามันเยอะมั้ยสำหรับโลกใบนี้
ไม่หรอก มันไม่สำคัญขนาดนั้น แค่สิ่งเล็กน้อย
เค้ายังอยู่ที่นั่นรึเปล่านะ  สาวน้อยริมทะเลสาบ
...อ้ะ ไม่อยากคิดต่อแล่ะ
 
 
 
ก็มาถึงตอนนี้....ค่ายวันนี้   จะไปดีมั้ย....
 
 
      .....ทำไมไม่อยากไปค่าย
 
   มันก็ดีนะที่ได้อยู่กับตัวเอง
แต่บางทีมันก็ฟุ้งซ่าน
คิดมาก เรื่อยเปื่อย
อยู่คนเดียวก็โดนหา ว่า เปลี่ยว   เพื่อนไม่คบ
นั่งอ่านหนังสือ ก็หาว่าเนิร์ด  ไฟก็ไม่ค่อยจะมีให้อ่านได้
อยู่กะเพื่อน ก็ไม่รู้จะพูดไรมาก นั่งฟังๆรอบกองไฟ  บางทีก็คิดเล่นๆว่า...เชี่ยยยยย  สาระคือไรว่ะเนี่ย
เหนื่อย... อยากอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำไร  อ้ะ หรือว่าขี้เกียจเหอเหอ
หิว   อันนี้สำคัญ
หิว หิว หิว หิว ว่ะ  ความรู้สึกจำได้แม่นเลย
อาหารมื้อแรกวันลงค่าย มีความหมายมาก..
 
เบื่อ
อืม ก็เบื่อเนอะ  นั่งรถไฟก็เบื่อ
ตื่นเช้าก็เบื่อ ค่ายเดก ก็เบื่อ
ผลัดสวัส เบื่อ เบื่อ
 
แดดร้อน...ชัวเลย  หน้าร้อนแบบนี้ เปรี้ยงปร้างแน่
 
งานค้างคา...ใช่ เก้าอี้ยังไ ม่ได้ทำ..และอื่นๆอีก
 
mom กะ dad จาก Aus มาเมืองไทย...Dad เปนลูคิเมีย  คุนเกลนที่แกรู้จักไง
ลุงแว่นใจดี  ยิ้มแย้ม ที่ต้องแหกขี้ตาแต่งชุดนักเรียนไปเปิดโรงเรียนกับเค้าตั้งแต่เช้า
และก็นั่งหลับกลับ รอ ลุงเกลนปิดโรงเรียน
อืม....Australia สถานที่แห่งการเติบโต
.......ถ้าไปก็คงไม่ได้ say bye ครั้งสุดท้ายแล้ว
 
ไม่มีแรงจูงใจอ่ะ
จริงๆนะ
ไม่เหมือนครั้งทีแล้ว
เปลี่ยนใจเกบกระเป๋าวินาทีสุดท้ายยังได้เลย
 
แล้วถ้าเราอยู่จะทำไรได้บ้าง?
 
เก้าอี้ บาติก
เล่นเกม
พ่นกราฟ กำแพงบ้านกับโย
ไปอ่านหนังสือ tcdc
นอนเช้า ตื่นบ่าย
กินอิ่มนอนอุ่น
เจอ mom กะ dad ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอาจเปนครั้งสุดท้ายที่จะพบใครบางคนที่มีพระคุณ
ไป JJ รอวันอากาศดีๆหน่อย ไปคนเดียวแหละ
คิดเรื่องร้านขายของ   คิด ของที่จะขาย  
หาอะไรซักอย่างทำฝึก สกิล ตัวเอง
 
......
 
 
 
 
 
................................อืม..คงอยู่บ้านแหละแหะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
3月19日

ก็ปิดเทอมแล้วนิหว่า

เออ  ก็เหมือนปิดแล้วนินา
 ตื่นเกือบเที่ยง  นั่งๆนอนๆ ดูทีวี เขียนบาติก
เล่นเกมๆ  และก็นอนตอนเกือบเช้า
      สนุก สบาย มีความสุข   เอ้อ ก็แปลกดี
 
ตอนนี้ กลับ มาติด big brother ซักอย่างงั้นเลย(ก็ดูทุกวันซะ)
เชียร์ หมอนก ถึงจะร้ายก็น่ารักๆ 55
เพิ่งดูเห็นหมอนกร้องไห้ตอนนุ้ยออกด้วยวันนี้
งื้อ น่ารักว่ะ
 
วันศุกตอนดึก ก็เบื่อ ไม่อยากไปไหนแล่ะ อยากนอนอยู่บ้าน
 
ไม่เหงา และไม่ต้องการอะไร
 
    เพิ่งต้มเทียนบาติกออก มีสีดันเปื้อน ตกไปโดนหลายแผ่น อย่างเซ็งอ่ะ ต้องขึ้นค่ายวันที่22ด้วย
เก้าอี้ก็ยังไม่ได้ทำ
แดดก็ร้อน
เขียนบล้อก ก็โง่ ไม่ได้คิดสาระไรเลย
 
ก็คนมันสบายนิ
เลยไม่อยากเครียด
5555
 
สุขสันต์วันปิดเทอมค้าบ
 
 
 
3月14日

ว่างเปล่า

 
  เคยรู้สึกมั้ย.... ความว่างเปล่า
 
  ไม่รู้จุดหมาย   ล่องลอยไร้ปลายทาง
  ตื่นมา ลืมตา และนอนอยู่อย่างนั้น
 
   อยากทำอะไรซัก อย่าง      มีอะไรมากมายที่ต้องทำ.....   แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร
   ไม่อยากพูด  ไม่อยากคุย  ไม่ยิ้ม ไม่เศร้า 
   โดดเดี่ยว
   แต่ไม่ต้องการใครมายุ่ง
  
 
   หลายวันที่ผ่านมา ผมเพชิญหน้ากับความว่างเปล่า
   และโดนมันเล่นงานเข้าอย่างหลีกหนีไม่ได้
 
   มันพาผมไปที่แปลกๆ 
   ไปโรงเรียน  ไปเซนทรัล  ไปทะเล  ไปมหาลัยแล้วก็กลับบ้าน  ไปยืนดูคนเริงร่าแสงสียามค่ำคืน
    หรือบางทีก็พาไปวนรถเพื่อซื้อของจากเซเว่นซะอย่างนั้น
    แก่นสารอยู่ที่ไหน?
    สิ่งตอบแทน ที่ได้ส่วนใหญ่ ก็เปนความว่างเปล่า ที่ผูกมากับ ความทรงจำเล็กน้อย
 
   
   อาจเป็นความเหงา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมพยายามปฏิเสธมัน
   อาจเป็นความขี้เกียจ ที่เป็นพื้นฐานลึกๆของผม
  
  เมื่อเวลาผ่านไปคนหนึ่งคน ควรมีความหมายต่อสิ่งรอบข้างได้มากกว่านี้
  ถ้าไม่มีความว่างเปล่าคอยกัดกิน ตัวเขาเอง
 
 
  แต่ไม่ว่ามันคืออะไร
 
   ตอนนี้ผมกำลังถูกมันทำร้าย  และคงไม่สามารถชนะได้ง่ายๆ
   ผมเคยคิดหาทางตัดไอ้ความว่างเปล่า  ออกไปจากใจ
   แต่ในช่วงที่ผมคิดอยู่นั้น  พอรู้ตัว ก็ถูกมันครอบงำอีกแล้ว
   ถ้าไอ้ความว่างเปล่านั้นพูดได้
   ผมอยากจะถามอะไรมันหน่อย.....
 
 
   "มึงจะเอาอะไรกับกูว่ะ"
 
   
  
 
  
3月13日

ReNovating BloC

เราปรับปรุงบล้อกใหม่อ่ะ
 
   ลบภาพออกเยอะมาก  ไม่จำเปนต้องดูหรอกเนอะ
   ชุดใหม่ๆ จะเปนภาพแนวทดลองอ่ะ  ทำเล่นๆ ขำๆ  
 
   เปิดดูภาพเก่าๆ  หนุกดี  
   แต่ละคนโตขึ้นมาก
   
   น่าใจหายที่มันผ่านมาครบ2ปีแล้ว
   
  วันข้างหน้าจะเปนยังไงน้า....

1st summer Vacation 2006

 
   .....ใช่แล้ว
 
   ที่นี่คือที่เดิม
 
  หาดทรายสีขาวที่ทอดยาวออกไปจนสุด สายตา
 สถานที่ ที่ต้องเดินทางออกจากถนนใหญ่ ลัดเลาะมาตามทุ่งนาและป่าเขา
 
  ทางซ้ายคือสวนสน  ทางขวาคือ เขากะโหลก
  และที่ที่เรายืนอยู่วันนี้ ตอนนี้       กับเมื่อ8ปีที่แล้ว  ...........ปราณบุรี  ประจวบคิรีขันธ์
 
 
       หาดทรายที่เคยสงบและไร้ผู้คน  เปลี่ยนแปลงไปจนจำแทบไม่ได้  
  บ้านพัก ที่เราเคยมาอาศัยอยู่ กับครูเล็กพี่เม พี่อร แองจี้ ธิดา วิน และคนอื่นๆ    ... หายสาบสูญ
   ไม่ว่าจะมองอย่างไร  ตำแหน่งที่คุ้นเคย ตรงหน้าตอนนี้  
 
ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว....
 
 
 
 
 
 
 
   ..เช้าวันเสาร์  เสียงพูดคุยของคุณแม่ และพี่ชาย ปลุกเราให้รู้สึกตัวจากการหลับไหลที่ไม่เพียงพอ
   แม้จะได้ยินทุกประโยคและทุกตัวอักษร แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้
   เสียงประตูปิดลง  พร้อมกับช่วงเวลาตัดสินใจ...
 
   ไป หรือ ไม่ไป...
 
  ถ้าเรานอนอยู่ตรงนี้ วันนี้ทุกอย่างก็คงเหมือนเดิม  และถ้าเราออกไป คงมีอะไรที่เราไม่คาดคิดรออยู่
     ปลายทางที่ไหน   ...ไม่รู้
  แต่ไม่ใช่ตรงนี้ บนเตียงนี้ กับแอร์เย็นๆแบบนี้
 
 
 
  สุดท้ายเราก็ออกเดินทางไป หัวหิน...
  แค่เพียง1ปี หลังจากที่ได้ไปสนุกสนานกับเพื่อนๆที่บ้านเบิร์ด
 
 หัวหิน เติบโต
                       ....และเปลี่ยนไป
 
  เย็นนั้น เรากับ พี่และเพื่อนๆเขา ลงเล่นน้ำ ที่หาดทรายเดิม    ที่มักมีม้าและหมาวิ่งไปมา  
  ความใสของน้ำชักชวนให้พวกเราตัดสินใจกระโจนใส่ โดยไม่คิดว่า แล้วจะไปอาบน้ำกันที่ไหน
  
  พระอาทิตลับขอบฟ้า ชายหนุ่ม4คนเดินขึ้นรถอย่างเปียกปอน ออกเดินทางสู่ที่พัก ที่ไม่รู้จุดหมาย
 
 
หลังจากหลงทางกันอยู่พักใหญ่ๆ  ในที่สุดเราก็มาถึง...  หาดปราณบุรี
บรรยากาศอันเงียบสงบ และอบอุ่นของบ้านพัก3ชั้นติดทะเล   ทำให้จิตใจเริ่มหวั่นไหว
ภาพที่อยู่ตรงหน้า นำพาความทรงจำ เก่าๆ ไหลหลั่งออกมา
 
การเดินทางที่ไม่รู้จุดหมาย ได้นำพาเรามาทับเส้นทางเดิม เมื่อ หลายต่อหลายปีที่ผ่านมาอีกครั้ง
....เป็นอะไรกับปราณบุรี?
   
  ที่แห่งแรกของการเดินทาง
  ที่แห่งแรกของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่
  ที่แห่งแรกที่ทำให้หัวใจสั่นไหว
    
  ด้วยเงื่อนไขของกาลเวลา   ทำให้อะไรต่ออะไรเปลี่ยนไป
 
   แต่ กลิ่นอายของความทรงจำยังคงล่องลอยอยู่
 
  ......เพียงว่า มันจะยาวนานแค่ไหนกัน