| Bez 的个人资料"นึกแล้วว่าคุณต้องอ่าน"照片日志列表 | 帮助 |
|
6月27日 ย้อนเวลาได้คงจะดีซินะ...
"เราย้อนเวลากันดีกว่า"
หลังจากที่เธอพูดจบ เขาก็มองเธอด้วยความสงสัย
"...อะไรนะ"
"เราย้อนเวลากลับไปช่วงที่ฉันเพิ่งแยกทางกับเขา และก่อนที่เธอจะพบใครคนนนั้น"
เธอพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"...เฮ้ย เราก็ยังเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ" เขาพูดแทรกขึ้น
"....ไม่นะ" เธอปฎิเสธ
" ก็คงจะดีเนอะถ้าเรามาเจอกันช่วงที่แต่ละคนยังพอมีพื้นที่ว่างให้ซึ่งกันและกัน... "
เขามองออกไปท่ามกลางถนนที่พลุกพล่านด้วยผู้คน ที่เดินสัญจรไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน
" ....ฉันคงดีเท่าคนนั้นไม่ได้ล่ะสินะ ออกจะเอาแต่ใจ และไม่ฟังใครล่ะสิ ..แถมก็ยังสวยสู้เค้า."
"ไม่เกี่ยวเลย เธอเป็นเธอ ก็คือเธอ เพื่อนที่สนิทที่สุดของชั้น"
สายตาของทั้งสองคนประสานกัน
ทิ้งความว่างเปล่า ระหว่างกัน เป็นคำปลอบโยน
จะเป็นอย่างไร...
เธอได้แต่พร่ำคิดจินตนาการ
จะเป็นอย่างไร ถ้าเธอและเขา ได้ตัดสินใจร่วมทางเดินกัน
ก่อนที่เวลาจะเป็นผู้เลือกเส้นทางให้แก่มิตรภาพของทั้งสอง
เพียงแค่ย้อนเวลาได้ก็คงจะดี...
..ย้อนกลับไปวันที่เขาทั้งสองได้เจอกันครั้งแรก
...และแล้วเธอก็รู้สึกตัวตื่นบนที่นั่งหลังสุดของรถ ปอพ.ที่จอดอยู่ใกล้ๆdunkin donut สยามเซนเตอร์
บรรยากาศอันคุ้นเคย เหมือนเป็นการฉายภาพยนต์ซ้ำ
เธอรู้สึกสับสนและแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วรีบวิ่งกลับไปยังร้านที่เธอจากมา
ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม แผ่นโฆษณาหนังที่แปะอยู่บนบอร์ดของลิโด้ ปรากฎเป็นเรื่องที่เคยดูแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน
โรตีบอยยังคงหนาแน่นไปด้วยผู้คนหิวโหย
และทางเดินในสยามยังคงแออัดด้วยรถที่จอดเต็มสองช่องทาง พร้อมกับน้ำจากท่อที่หยดลงมาเป็นระยะ
ขอโทษค่ะนี่วันที่เท่าไหร่คะ...
เธอถามสาวออฟฟิศคนนึงที่กำลังเดินผ่านมา
และเธอก็ได้คำตอบที่ทำให้เธอประหลาดใจ
...เกิดอะไรขึ้น เธอได้แต่เฝ้าถามตัวเอง
เธอหยิบโทรศัพขึ้นมา เพื่อที่จะโทรหาเขา
แม้ว่าเธอจะพยายามหาเท่าไร ก็ไม่ปรากฎชื่อของเขาผู้ที่เธอกำลังจะลืมไปแล้วว่าชื่ออะไร
ทุกอย่างเหมือนค่อยๆเลือนลางจางหายไป
ความทรงจำ เหตุการณ์ระหว่างเขาและเธอ แม้แต่เสียงของเขา
สาวน้อยยืนมองเหม่อ ท้องฟ้าสีม่วงส้ม อันเป็นเป็นสัญญาณการมาถึงของรัติกาล
....ไม่นะ ต้องไม่เป็นอย่างนี้สิ
เสียงเธอสั่นคลอนไปด้วยความกลัว เพราะสิ่งที่เธอพยายามจะนึกถึง กลับกลายเป็นความว่างเปล่า
เธอเป็นใครนะ.... เธออยู่ที่ไหน...
ทำไมชั้นต้องตามหาเธอด้วย...?
แล้วเธอก็เริ่มออกเดิน เหมือนลืมอะไรบางอย่างไว้ตรงนั้น
โดยไม่ได้หันกลับมามองอีก
รถ ปอพ. คันเดิม ขับผ่านเธอไป
ชายหนุ่มริมหน้าต่างท้ายรถ สบสายตากับเธอ ..
ทั้งสองคน เหมือนคนรู้จักกัน...
6月22日 นิทานหาดทรายที่สาบสูญวันหยุดสุดสัปดาห์ได้จบลง บนริมหาดทรายขาวแห่งหนึ่ง
ที่ที่ซึ่งไกลออกไป จากแสงสีและผู้คน
คลื่นลมพัดเข้าหาชายฝั่งอย่างอ่อนโยนกระทบทิวสน
รถของ2คน แจ้สสีขาว จอดคู่กับบีทเทิ้ล ครามน้ำทะเล
ใต้เงาไม้ของต้นมะพร้าวสองต้นที่ยืนโด่เด่
ผู้ชายใส่กางเกงเลกับเธอที่มีผมเป็นลอนเงางาม
ชายมองท้องฟ้าแล้วถามสาว
ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไง
เมื่อต่างคนต้องห่างไกล
สู่วันใน สังคมของคนเมือง
หญิงชำเลืองมองสายตา ของคนหนุ่ม
หน้านิ่งขรึม ไม่มีแววความสดใส
หญิงอ้าปาก พูดขึ้น ทันใด
เอ้ยเป็นไร พูดจาภาษากลอน
ใครสอนแกให้พูด เป็นทำนอง
ชายหนุ่มหลอนด้วยสงสัย
เอ้ยทำไม ข้าพูดเป็นคำกลอน
เขาลองถามสาวเจ้าว่าแปลกมั้ย
...ไม่แปลกได้ไง ใครเขาจะพูดกัน
คงเป็นเพราะลมทะเลที่ผวนทิศ
ทำให้ติดโรคลมหวน ไม่สงสัย
แม้ใจจะพยายามซักเพียงใด
ปากก็ไม่พุดจา ภาษาคน
แนวทิวสนเริ่มหวั่นไหว
ส่งให้ใจทั้งสองเริ่มหมองหม่น
เอาเป็นว่า กลับบ้าน ในบัดดล
แล้วต่างคนค่อยโทรหาเจรจา
เขาทั้งสองโบกมือลา
ส่งสายตาเอื้ออาวรณ์
ลั่นกลอนรถ เปิดแอร์พลัน
แล้วต่างหันไปคนละทิศ
ทิ้งให้จิตเชื่อมใจของทั้งสอง
แม้ตัวจะจากไปสู่พระนคร
แม้จะนอนห่างไกลจากกายกัน
แต่เมื่อฉันมีเธออยู่ในจิต
แม้นชีวิตจะล่องลอยไปอยู่ไหน
แม้นมีแค่ตัวและหัวใจ
ไม่ห่างไกล เพียงพบ ยามหลับตา
....
วันนี้มีไอ้บ้ามาเขียนบล้อก
พิมต้อกต้อกเป็นภาษา น่าสงสัย
ที่จริงแล้วอยากบอกว่า ไม่มีอะไร
เพียงแค่ใจนึกคึกอยากลองมัน
แต่ยิ่งพิมยิ่งติดกว่าที่คิด
ไม่อยากปิดมันลงแม้ตอนไหน
หัวใจติดลม นิ้วกลมๆก็จิ้มไป
โอ้วภาษาไทยนี่มัน มันส์จริงๆ!
6月11日 ...อ้ะ"อ้ะ พี่เบสยังไม่มีแฟนเหรอ ได้ไงอ้ะ"
คำทักทาย จากเพื่อนแดนไกล ส่งผ่านมาเป็นข้อความตัวอักษร ในmsn
...
ก็เรื่องมันยาว ... ผมได้แต่ตอบไปอย่างนั้น
บางที ก็เหมือนจะเป็นเรื่องแปลก สำหรับเพื่อนเก่าบางคนที่รู้จักกัน
เพราะเบส วันนั้น กับ เบสวันนี้ อาจมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากสำหรับเขา
3ปี ที่ผ่านมา เรื่องมันยาวจริงๆ
มีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ผ่านเข้ามาแล้ว เดินจากไป
ทิ้งไว้เพียงสะเก็ด ชิ้นเล็กชิ้นน้อยแห่งความทรงจำ
สุขบ้าง
ทุกข์บ้าง
ปะปนกันไป
หากว่าคนหนึ่งคน จะมีใครซักคนที่สามารถ เป็นที่ปรึกษาได้ในทุกเรื่อง
เป็นเพื่อนคุยกับเราในยามเหงา
เป็นคนที่ยื่นมือเข้ามาโอบกอดเราในเวลาท้อใจ
หรือเพียงแค่ยื่น น้ำเปล่าเย็นๆให้ เวลาเราอ่อนล้า พร้อมกับพูดว่า อ้ะ..เหนื่อยมั้ยจ้ะ
ก็คงดีไม่น้อย
มันไม่ง่ายเลย ที่เจอคนอย่างนั้น บนโลกนี้ที่กว้างใหญ่
คนที่พร้อม และสามารถเดินไปกับเรา
3ปีที่ผ่านมา มีหลายคนที่เดินทางไปด้วยกัน
แต่แล้วก็เหลือเพียงไม่กี่คน ที่ยังคงยืนหยัดได้จนทุกวันนี้
เพราะเวลาเป็นคำตอบที่ไม่เคยโกหกใคร
และบางครั้งคำตอบของมัน
ก็โหดร้ายเหลือเกินสำหรับหนึ่งชีวิตอันเล็กน้อย
ในเมืองอันวุ่นวายนามว่ากรุงเทพมหานครแห่งนี้
และจะเป็นอะไรมั้ย ถ้าผมอยากจะเก็บความรักดีดี ไว้สำหรับคนดีดี
ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ผมจะได้พบเข้าซักวัน
โดยที่เขาจะไม่ปัดมันทิ้งลงบนพื้น
ให้ผมต้องก้มลงเก็บมันขึ้นมาอยู่ร่ำไป
6月4日 อย่าซ่านักครับ
คนที่ฉลาด ต้องรักชีวิตของตัวเอง
อะไรที่มันล่อแหลมกับการจะสูญเสียมันไป เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ
ชีวิตของคนเรามีค่าที่สุด
ถึงคุณอยากจะช่วยเหลือคนอื่น
แต่มันจะดีอะไร ถ้าตัวคุณจะต้องตายแทน
อาจจะถูกเรียกเป็น ฮีโร่หน้าโง่
และไม่นาน เจตนาดีดีของคุณก็จะถูกลืม
เมื่อวานผมกะลังขับรถไปงานทีเชิ้ต เฟสติวัล
ขณะที่ออกจาก ซอย ในเลนของผม
มีรถเมสีเขียวเล็ก เบียดกินเลนมากว่าครึ่ง และทำทีท่าว่าจะไม่หยุด
ผมเลยบีบแตรเตือนไปปิ้น เล็กๆ
และแซงซ้ายออก
ให้มันเบียดเข้าเลนไปตามที่มันต้องการ
ไอ้รถเมล์นั่น ซ่าอีก เบีบดกลับเลนกลางที่ผมกำลังจะแซง
อะไรว่ะ ผมฉุน
คราวนี้ ผม บีบแตร ดังลั่นยาว
และความซ่าส่วนตัว
ปาดหน้าแล้วชูนิ้วกลางใส่
แค่นั้นแหละ ผมเอาชีวิตอันมีค่าของผมไปแขวนไว้กับไอ้หนุ่มแดนอีสานนั่น
มันจี้ผมมาตลอด และปาดขวางหน้ารถผม
ฝนก็โปรยแรงขึ้น
บรรยากาศตรึงเครียด
ผมเห็นท่าแบบนั้น เลยปลด เซฟตี้เบลท์ เอื้อมไปเบาะหลัง
ที่ซึ่งซุกซ้อนไม้เบสบอลเนื้อแข็งอยู่อย่างลับๆ
...
ใช่
เหตุการณ์ มันคล้ายกับตอนม.ปลาย ที่ผมเดินเข้าไปซัดหน้าน้อง ที่มากวนตีน
โดยไม่รู้ว่า เหตุการณ์ ครั้งนั้น
จะทำให้พ่อแม่ผมลำบากขนาดไหน
รวมถึง ไม่นึกว่า จะเป็นการเพิ่มระยะห่างของผม กับเธอ ผู้เป็นสาเหตุให้รุ่นน้องมากวนตีนผม
ผมกลับมาที่นั่งคนขับเหมือนเดิม โดยไม่ได้ทำอะไร
ไอ้หนุ่มอีสานมายืนชี้หน้าบ่นหน้ารถของผม
...ก็จำไม่ได้หรอกว่ามันพูดอะไรไป
แต่ถึงยังไง ก็ไม่ควรเอาชีวิตที่แสนสุขของเรา
ไปแลกกับไอ้หนุ่มบ้านนา คนนั้น
เสียงแตรรถคันหลังบีบกันประสานเสียงกึกก้อง
สายฝนก็ยังโปรยปรายอยู่อย่างหนักหน่วง
....อื้ม เหมือนฉากในแมททริกซ์เลย
ผมก็ปาดออกขวาไป
...กลับไปเลี้ยงควายไปไอ้สัด
ดูดิ..คนกำลังจะหนีแต่ยังซ่าหันหลังกลับมาด่า
ซ่าจริงเลยนะมึง..
|
|
|