| Bez 的个人资料"นึกแล้วว่าคุณต้องอ่าน"照片日志列表 | 帮助 |
|
7月26日 โนบิ ชิซูกะสาวน้อยผู้เรียบร้อยอ่อนโยนไปซะทุกอย่าง
ยิ้มแย้มแจ่มใส ร่าเริง
ไม่นินทาคน สุภาพ และเป็นมิตร
ทำขนมเก่ง ทำอาหารอร่อย
มีเหตุผล ฉลาด และไม่เย่อหยิ่ง
ชอบสวมชุดสีชมพู ใช้ของสีหวานๆ
เป็นคนที่น่าปกป้อง และสามารถให้คำปรึกษาได้ทุกเวลา
และชอบแช่น้ำอุ่น...
สาวน้อยข้างบ้านของเด็กเนิร์ดผู้อ่อนแอ กะแมวกระป๋องสีฟ้า
ช่างเป็นที่น่าใฝ่ฝันของ ชายหนุ่มหลายต่อหลายคนบนดวงดาวสีครามดวงนี้
แต่ความจริงอันน่าเหลือเชื่อ ก็บังเกิด
เมื่อเด็กเนิร์ดได้แอบล่วงรู้ ถึงอนาคตในอีก20ปีข้างหน้า จากลิ้นชักหน้าโต้ะเรียนของเขา
ว่าเขา จะเป็นผู้โชคดี ที่ได้ดวงใจของนางฟ้าคนนี้มาครอง
........อะไรว้ะ!!!
ถ้างั้นความรัก คงอยู่เหนือเหตุผล ซินะ
ก็จริงที่โนบิตะเป็นคนดี
ไม่ขี้โอ่อวดรวย
หรือ ชอบใช้กำลังรังแกคนอื่น
แต่โลกมันยังอีกกว้างไกล ไม่ใช่มีกันอยู่4คน(กะอีก1ตัว)
แม้งช่างเป็น การ์ตูนญี่ปุ่น จริงๆเหอะ
........ก็การ์ตูนนิหว่า จะคิดไรมากว่ะ
7月23日 then walk awayไม่เข้าใจ...
เหตุบังเอิญ เกิดขึ้นหลายครั้งในรอบสัปดาห์
เจอเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่..หรือไม่ได้เป็นเพื่อน
รุ่นน้องรุ่นพี่โรงเรียนหรืออีกหลายต่อหลายคน
ทั้งที่บางทีเราควรจะหยุดพูดคุยบ้าง สนทนาบ้างในบางครั้ง.....แต่ทำไมไม่ทำ?
มนุษย์ทักทายกันแบบปรากฏการณ์ ดอปเลอร์
ทั้งที่ต่างฝ่ายก็ไม่เห็นจะไม่มีธุระอีนอื่นใดให้ต้องรีบร้อน
แต่ดูเหมือนว่า การหยุดคุยในที่สาธารณะเป็นเรื่องผิดแปลก
สองเท้าเดินสวนมา สองตา มอง เรียกชื่อ ยิ้มทักทาย
....เปนไง สบายดี....แล้วเจอกัน นะนะนะนะนะ.......
แล้วก็เดินจากไป
ถ้าทำเสียงก้องส่งท้ายก็คงจะดีไม่น้อย
รีบร้อนกันไปรึเปล่า...?
ไม่ใช่ว่า พรุ่งนี้ เวลานี้ เราจะเจอคนคนนี้
อยู่ที่ตรงนี้ เหมือนวันนี้ ในตอนนี้ ซะทีเดียว
ทุกอย่างคือเหตุบังเอิญ
และเหตุบังเอิญ บางทีก็นำสิ่งดีดีมาให้เรา
จริงมั้ยนะ .....
7月20日 คิดถึงบล้อก...จับจ้องมอง เส้นตรงที่กระพิบด้วยจังหวะคงที่อยู่หน้าจอสีขาว ว่างเปล่าอันคุ่นเคยเพียงคนเดียว
ในบรรยากาศของห้องรับแขกที่เงียบสงัดกลางดึกของวันปกติวันหนึ่ง
คิดถึงจัง ช่องว่าง ที่เปรียบเสมือนแผ่นกระดาษเปล่า
คอยรองรับ จินตนาการฟุ้งเฟ้อ ที่ไหลรินออกมาจาก ความคิดของผมในยามดึกดื่นเช่นเวลานี้
แต่ตอนนี้ ผมเหนื่อยล้าเหลือเกิน และมีงานโปรเจค จ่อติดๆกันทำให้แทบไม่ได้นอนเกินวันละ4ชั่วโมง
ผ่านไปเกือบเดือนนึงมีอะไรอยากจะเล่าให้บล้อกฟัง มากมาย แต่ ทั้งเวลา และสภาพร่างกาย มักไม่เป็นดั่งใจหวัง
...
ไว้เจอกันใหม่เร็วๆนี้นะบล้อก..
7月6日 ยิ้มมุมปาก.."เฮ้ย มึง กูเกือบลืมมึงตอนที่เข้ามาใหม่ๆเลยว่ะ
พอเห็นทรงผมมึงแม้งเหมือนตอนกูอยู่ปี1เลย ดีว่ะ"
...
ผมยิ้มมุมปาก ใช่แล้ว เวลาเดินผ่านไปเร็วน่าใจหาย
อีกไม่นาน กิจกรรมรับน้องก็คงจะจบลง
แต่ละคนก็คงแยกย้ายหายไปตามเส้นทางของตนเหมือนเดิม
มีอนาคตที่วาดฝันไว้
หรืออาจก้าวเดินออกไปอย่างไร้จุดหมาย
ใครพร้อมจะเดินไปด้วยกัน
เราก็จะไปพร้อมกัน
ในวงกลมของมิตรภาพอันอบอุ่นและจริงใจวงเล็กๆ
ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...
ขอให้พวกเราร่วมทางกันให้นานที่สุด เท่าที่จะทำได้
แค่นั้นก็พอ
ทุกวันที่ได้เดินเข้าคณะ ผมก็จะได้พบกับเพื่อนๆ ที่สามารถตบไหล่ทักทายได้อย่างสบายใจ
มีรุ่นน้องที่น่ารัก มีรุ่นพี่ที่เข้าใจ
มีรอยยิ้มและความจริงใจให้ แก่กันและกัน
เป็นธรรมดาที่จะมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก กีดกัน และนินทากันลับหลังในสังคมของมนุษย์สามัญชน
แต่จะกลัวอะไรไป
ในเมื่อเรามีเกราะป้องกันที่แน่นหนา และสามารถมั่นใจได้ว่า
คนข้างๆเราจะไม่หยิบมีดขึ้นมาแทงทีเผลอ
และพร้อมจะเป็นกำลังใจ แก้ต่างให้เวลามีคนว่าร้าย
พวกเราเดินทางด้วยกันมาแล้วกว่า3ปี
แม้วงกลมของเราจะค่อยๆเล็กลงเรื่อยๆ
แต่มันช่างแข็งแรงยิ่งนัก
ผมได้แต่ยิ้ม มุมปาก
เมื่อได้เจอเพื่อนๆของผม
ครอบครัวเล็กๆในรุ่นถาปัด72
....เชี่ย กูดีใจที่ได้เจอพวกมึงว่ะ
แด่เธอ ผู้ทำให้หลงรักอยู่เรื่อยไป....มีแต่ฉัน กับเธอในใจฉัน ที่ได้อ่านนิทานเรื่องนี้ หลายต่อหลายครั้ง
ขอโทษด้วย ที่นิทานเรื่องนี้คงมีความหมายสำหรับผมคนเดียว
เพียงอยากให้ดอกไม้ดอกนี้แทนบทความอันสาบสูญที่กังวาลอยู่ในความทรงจำของผม
แต่ถ้าสมมติว่าเธอในโลกแห่งความเป็นจริงได้บังเอิญผ่านเข้ามา
อยากบอกกับเธอว่า
ขอโทษที่ทำให้ลำบากใจ
7月2日 CRYin Out"ฉันอยู่ตรงนี้ ฉันอยู่ตรงนี้ ได้ยินมั้ย ฉันอยู่นี่!!."
เธอยืนโบกมือไปมาอยู่ตรงลานกระเบื้องหินอ่อนที่ทอดยาวออกไปสุดลูกหูลูกตา
พลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่ต่างเดินผ่านไปมาอย่างคนไม่รู้จักกัน
ผม ยืนมองอย่างเหนื่อยหน่าย
เธอไม่ได้เรียกผมหรอก ผมรู้ดี
และมันคงจะไม่หนักหัวผมด้วยถ้าผมไม่สังเกต
แต่ทำไงได้ ผมยังคงต้องอยู่ร่วมอาณาเขตเดียวกันกับเธอ
"เปนไรมากมั้ยว่ะ"ผมตะโกนถาม
"ฉันอยู่ตรงนี้ ฉันอยู่ตรงนี้ ได้ยินมั้ย ฉันอยู่นี่!!."...เธอตอบ
"เฮ้ย หนวกหูเว่ย พูดเบาๆไม่ได้เหรอ"
"ฉันอยู่ตรงนี้ ฉันอยู่ตรงนี้ ได้ยินมั้ย ฉันอยู่นี่!!." เธอตะโกนกลับ
"เฮ้ยยยย....ได้ยินกูมั้ยว่ะ หนวกหูว่ะเฮ้ย" ใช่ ผมเริ่มสบถด้วยความโมโห
"ฉันอยู่ตรงนี้ ฉันอยู่ตรงนี้ ได้ยินมั้ย ฉันอยู่นี่!!..." เธอยังคงยืนกรานในคำตอบเดิม
...ผมยังคงยืนท่ามกลางผู้คน นิ่งเงียบอยู่อย่างเดียวดาย
เธอคงไม่ได้ยินผม
เช่นเดียวกับคนอื่นๆ
เธอยังคงตะโกนต่อไป..กึกก้อง
ท่าทางของเธอดูทุ่มเทและตั้งใจ
ยืนเอามือป้องปากกู่ร้องต่อไป
ไม่นานนัก...
สายตาของเธอก็ไม่อาจเก็บซ่อนความจริงอยู่
"ฉันอยู่...ตรงนี้ ฉัน...อยู่ตรงนี้ ได้ยิน....มั้ย ฉัน..."...เสียงเธอเริ่มสั่นไปด้วยความเศร้า
แล้วก็ทรุดหายลงไปท่ามกลางฝูงชน
ผมเดินฝ่าเข้าไปในจุดที่เธอล้มลงไป
"ฉัน...อยู่ตรง..นี้...ได้ยินชั้นมั้ย"
"ได้ยินดิว่ะ เปนอะไรไป"
"....ฉัน..อยู่" เธอนอนคดตัว นอนสั่นอยู่บนหินอ่อนที่รายล้อมไปด้วยผู้คนแปลกหน้า
"เอาเช็ดหน้าเช็ดตาก่อน จะยังไงค่อยว่ากันอีกที" ผมหยิบเอาผ้าขนหนู ซับใบหน้าเธอเบาๆ
ผิวสีขาวเลือดฝาดค่อยๆสดชื่นขึ้นอีกครั้ง
"ถ้าไม่มีใครได้ยินก็ไม่เห็นต้องตะโกนให้เหนื่อยเลย"
น่าตลกที่เมื่อครู่ผมยังรำคาญ เสียงตะโกนไร้สาระของเธอ
แต่ตอนนี้กลับเป็นผมคนเดียวที่เดินเข้ามา ยามที่เธออ่อนล้า
เธอค่อยๆลุกขึ้นมาแล้วมองมาทางผม
"เป็นอะไรมากป่ะ.." เธอพูดอย่างเย็นชา
ผมนั่ง งงในคำตอบ ของเธอ
"เออ...กูเป็นอะไรมากเปล่าว่ะ"ผมได้แต่พูดกับตัวเอง
แล้วเธอก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมา...
"ฉันอยู่ตรงนี้ ฉันอยู่ตรงนี้ ได้ยินมั้ย ฉันอยู่นี่!!."
...ได้ยินดิ .... ผมพูดขึ้นเบาๆแล้วเดินจากมา
เพียงอยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะมีคนได้ยินเสียงของเธอ
......"ฉันอยู่ตรงนี้ ฉันอยู่ตรงนี้ ได้ยินมั้ย ฉันอยู่นี่!!."แล้วเธอยังคงตะโกนต่อไป.....
|
|
|