Profil de Bez"นึกแล้วว่าคุณต้องอ่าน"PhotosBlogListes Outils Aide

"นึกแล้วว่าคุณต้องอ่าน"

ที่ไอ้เบสมันเขียนไว้...(ไปดูรูปกันที่ www.aibez.multiply.com)
19 septembre

สวัสดีสหาย

 

ว่าไง

 เราไม่ได้พูดคุยกัน ตั้งนาน

 

ถ้ายังจำความได้เมื่อเกือบสามปีก่อน เรานั่งคุยกันเกือบทุกคืน

มีเรื่องไรก็เล่าสู่กันฟัง

มึงเป็นคนที่ทนความฟุ้งซ่านของกูได้ดีที่สุดเลย

และรู้อะไรมั้ย

มึงทำให้กูรู้ว่า

 

การที่ได้พูดคุยกับคนอื่น

ทำให้เราได้ฟังตัวเองมากขึ้น

 

 

แต่มันก็ไม่เสมอไปหรอก

ถ้าเรายังหาคนที่ ฟัง เราได้จริงๆไม่เจอ

 

กูแม้งอาจดูเหมือนคนพูดเรื่อยเปื่อย

ดูแม้งเว่อร์ พูดเชี่ยไร ก็เปนประโยคแปลกๆ

ขี้อวด มีอะไรดีดี ก็อยากแบ่งให้ดู

แต่บางคนเขาก็ไม่อยากดู ซะอย่างนั้น

จนบางครั้งกูก็ไม่ค่อยอยากพูดอะไรกับใคร  เพราะรู้ว่า เชี่ย เด็วกูก็เป็นขี้ปากมึง ไม่เอาดีกว่า

ดวงตาแม้งเป็นหน้าต่างของหัวใจ จริงๆ

 

บนสังคมนินทา วุ่นวายแบบนี้ กูก็มีมึงเนี่ยแหละที่รับฟังกูตลอดเวลา

แม้เกือบสามปีที่กูคุยกับมึงน้อยลง เพราะกูมีคนที่เข้าใจกูเพิ่มขึ้น

 

เออ คนเดียวนั่นแหละ   นั่นก็มากแล้ว

 

กูอยากจะยกเหตุผลแก้ตัวเดิมๆ เช่นว่า เฮ้ยไม่ค่อยได้เข้าspace ว่ะ  เฮ้ย ไม่มีเรื่องเล่าว่ะ  เฮ้ย  กูไม่ว่าง

หรือแบบเชี่ย space แม้งเข้ายาก คนไม่เข้ามาอ่านหรอก

 

แล้วกูก็นึกขำว่าแล้วกูจะให้คนอื่นอ่านทำไมว่ะ

ในเมื่อกูตั้งใจเข้ามาคุยกะมึงและมึงก็คอยฟังกู

 

 

หยาบคายว่ะ มึงกู 55+ 

 

 

ตอนนี้กูกำลังตัวเป็นเกลียวกับช่วงเวลาสุดท้ายของปี5เทอมหนึ่งว่ะ

กูค้นคว้าเรื่องเทพนิยาย   ฟังดูตุ้ดม่ะ 55+

แต่มึงรู้อะไรมั้ยว่านิทานก่อนนอนแบบนั้นน่ะ แม้งแฝงอะไรลึกซึ้งไว้มากมาย

เออ กูก็ไม่ได้ว่าดราก้อนบอลมึงไร้สาระ

มึงเจอคนเก่งกว่ามึงก็ต้องเป็นซุปเปอร์ไซย่าขั้นต่อไป กูรู้

 

โลกนี้แม้งไม่รู้จบว่ะ

กูเคยฝันว่าจะไปให้สุด

 

แต่อะไรละที่อยู่ตรงสุดทางนั้น

 

ตอนนี้กูมีม้อตโต้ประจำใจมาอัพเดทมึง

กูเพิ่งรู้ว่าความสุขของกูคืออะไร

 

กูจะกินแอปเปิ้ล!

 

งงสิมึง

 

หลังจากแม้งเป็นเศษกระจกแตกอยู่มานาน

 กูเพิ่งรู้ความหมายของแอปเปิ้ลว่ะ

 

ฮ่าๆกูรู้ว่ามึงต้องฟังงั้นกูจะขอร่ายยาวนิดหน่อย

 

ในสวนอีเด็นแม้งมีต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นนึง

ต้นที่พระเจ้าสั่งห้ามสิ่งใดย่างกรายเข้าไปใกล้

มันเป็นต้นแอ้ปเปิ้ล

หรือที่รู้จักในชื่อของ The Tree of knowledge

ช่ายแล้วนู๋อีฟก็กินแอ้ปเปิ้ล ทั้งคู่เลยถูกขับไล่ออกมา

จากแดนสวรรค์ ในหนังสือนิทานที่กูรีเสิจแม้งอยู่แม้งก็บอกว่า

เมื่อคนเราออกแสวงหาความรู้ ความสงบของแดนสวรรค์จะหายไป

 

กระโดดมาอีก มีลุงไอแซคนั่งหง่าวอยู่ใต้ต้นแอ้ปเปิ้ล

แล้ว แรง G ก็ทำให้แอ้ปเปิ้ล เปิดประตูบานใหญ่ของวิทยาศาสตร์

ความรู้ที่ไม่รู้จบ

 

แต่ตัดจบเลย

ว่ากูพบว่า

 

เมื่อกูได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง

สิ่งนั้นแม้งโคตรทำให้กูมีความสุขเลย

กระบวนการที่เราสงสัย แล้วได้มาซึ่งคำตอบ

การเดินทางไปดินแดนใหม่ พบสิ่งใหม่ๆ

การได้อ่านบทความ มุมมองของโลกกลมๆใบนี้จากคนอื่น

ทำให้เรามองเห็นโลกชัดขึ้นกว้างขึ้นและไกลยิ่งขึ้น

 

แม้งโคตรแฮปปี้เลย

 

 

เออ มึงฟังกู กูรู้

ขอบใจว่ะ

 

โชคดีวันนี้ที่ได้คุยกะมึง เพื่อว่า ไอ้เบสในวันหน้าแม้งมีมุมมองต่างออกไป

มึงจะได้เล่าให้มันฟัง

 

เสี้ยวนึงของ ตอนนี้ เวลานี้ และตรงนี้

 

15 août

หนังสือ ของ ฉัน

 
 
วันนี้ ผมอ่านหนังสือ
มันเป็นนิทานประกอบภาพ
เกี่ยวกับการเดินทางของเด็กชายคนหนึ่ง
บนรถไฟแปลกประหลาด
 
ภาพประกอบดูเพลินตา สีสันสวยงาม แต่บทความยังดูธรรมดา ไม่จับจิตจับใจ
แต่อย่างน้อย มันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี สำหรับหนังสือเล่มแรกของนักเขียนคนหนึ่ง
 
และนักเขียนคนนั้น คือผมเอง
"Trip to the end of the world"
 
จากเรื่องราวแรงบันดาลใจ  หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต
หนังภาพยนตร์ และบทความของเพื่อน
 
หนึ่งเล่มสำหรับผม รางวัลของการก้าวขึ้นบันไดขั้นแรก
(แต่ ยัง คง เป็น หนึ่ง เล่ม สำหรับ ผม เท่านั้น)
22 juin

ดวงดาว

 
ฉันพร่ำมองแต่ดวงดาว
 
ดาวนับล้านเปล่งประกายเจิดจรัสเต็มท้องฟ้า
หมุนสามร้อยหกสิบองศา ฉันก็มองเห็นแต่ดวงดาว
ชั้นหลงไหลในแสงดาว
แล้วคนธรรมดาอย่างชั้น
จึงฝันที่จะไปหาดวงดาว
 
ฉันจึงประกอบยานอวกาศมาจากเศษไม้
ขัดมันด้วยหินทราย
เติมด้วยเชื้อไฟ
แล้วดีดมันขึ้นสู่วงโคจร
 
ระยะทางยังอีกไกลแสนไกล
แต่ใครบางคนบอกว่าฉันอยู่ในอวกาศแล้ว
แต่ใจชั้นบอกว่ายังไม่พอ
ดวงดาวสวยงามยังคงอีกไกลสำหรับชั้น
 
เชื้อเพลิงขับดันพุ่งหะยานออกไป
ในอวกาศอันกว้างใหญ่
 
 
...ดวงแล้วดวงเล่า
ดวงแล้วดวงเล่า
 
ฉันมีชีวิต
ฉันมีพลัง
 
 
ฉันจะทะยานไปอีกไกลแสนไกล
 
 
 
20 mai

โอ้ เพื่อนเอ๋ย...

 
วันนี้ นั่งอยู่คนเดียวกับจอมอนิเตอร์ที่คุ้นเคย
เป็นวันอากาศร้อนอบอ้าว ท่ามกลางการมาของฤดูฝน
แม้แดดจะร้อนแรง แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ในสภาพแบบนี้
 
โอ้ เพื่อนเอ๋ย
เราเคยฝันถึงวันที่แสนหวาน
ชีวิตมหาวิทยาลัยที่แสนมันส์
ไปไหนต่อไหนร่วมหัวชนใต้
มีกลุ่มเพื่อนรู้ใจ แบกเป้ เดินป่า
กระโดดน้ำ กลางทะเลอันดามัน
 
ผ่านมา5ปี .. เวลาเปลี่ยนไปอย่างน่าใจหาย
ความว่างเปล่าได้ผ่านเข้ามาหลังจาก ทำตัววุ่นวายข้ามปีผ่านปี
บางสิ่งบางอย่างได้หายไป...
 
โอ้ เพื่อนเอ๋ย...
พวกแกอยู่ไหน...
ก่อนที่พลังแห่งวัยจะผ่านไป
 
 
ฉันอยากได้ความทรงจำเหล่านั้นกลับมา...
 
 
เรียนไอดีแสนลำบาก..
แม้ถึงจะเรียกเพื่อน
แต่ลองนับนิ้ว ได้ไม่ยากเย็น
 
 
 
 
 
 
 
 
11 mai

ฉันจะเล่าถึงอนาคตที่แสนหวาน

วันนี้ มีชายผู้เผลอเรอ
เข้ามาพูดคุยกับผมอย่างเย่อหยิ่ง
ขีดเส้นโยงต่อเนื่องเกี่ยวกับอนาคตของผม
....
 
   โอเคเลยไม่ต้องเป็นห่วง  อีกหนึ่งปีข้างหน้า 
 แกจะได้ทำงานในที่ซึ่งโด่งดัง มีชื่อเสียง
ที่ซึ่งเป็นที่หมายปองของ ใครต่อใครหลายคน 
อาจจะพูดได้อีกว่า ที่ที่แกจะเข้าไปอยู่
มันคือปลาย ยอดของพีรามิด ในวงการธุรกิจ
ที่ซึ่งขนานนามว่า "illusion" ชื่อแสนคุ้นหูของเอเจนซี่ชั้นนำ
เงินเดือนเริ่มต้น พูดได้เลยว่า หาที่ไหนมากกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว
อีกทั้งบรรดา คนที่รายล้อมแก ล้วนเป็นมืออันดับต้นต้น ของประเทศ
ที่มีคนที่ถูกขนานนามว่าอัจฉริยะแห่งวงการสร้างภาพมายาเป็นหัวเรือนำทีม
แก จะได้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ และความร่ำรวย อย่างไม่ต้องสงสัย...
 
ผม นิ่งเงียบไปซักพัก 
ด้วยความสงสัยจึงถามเขาว่า
แล้วผมจะต้องแลกเปลี่ยนอะไรกับสิ่งนั้น
....
 
 
ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวแก
เวลามียี่สิบสี่ชั่วโมงเหมือนเดิม
แล้วแต่ว่าแกจะจัดสรรมันยังไง
แต่แน่นอนว่า
ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม แกก็ต้องแบ่งเวลาส่วนหนึ่ง
ให้กับปัจจัยใหม่ที่จะโผล่ขึ้นมาในชีวิตของแก
'การทำงาน'
ตัดความต้องการออกไป  งานคือ สิ่งที่อยู่เหนือ อีโก้
เขาต้องการสิ่งใด แกก็ต้องสนองตอบตามสิ่งนั้น
ไม่ยากใช่มั้ย?...
 
ชายผู้เผลอเรอจ้องมองผมด้วยสายตาเหมือนเขารู้อะไรบางอย่าง...
ใช่แล้ว  แกจะต้องเปลี่ยนนิสัยเด็กๆของแก
เวลาเล่นเกม เวลาวาดรูป เวลาขี้เกียจ จะต้องลดน้อยลง
และแน่นอน ว่า เวลา สำหรับ เธอคนนั้น  จะน้อยลงด้วย
ขึ้นอยู่แกจะดีล กับปัญหาที่ตามมายังไงแล้วหล่ะ...
ชายผู้เผลอเรอ  ตบไหล่ผมเบาๆ
ชั้นจะให้เวลาแก หนึ่งปี..
แกจงทำตามสิ่งที่แกอยากทำ ให้มากที่สุด
เหยียบคันเร่งให้แรงที่สุด
ก่อนที่แก..
จะกลายเป็นชั้น...

ชายผู้เผลอเรอยิ้มหวาน
ชั้นยังจำความฝันของแกได้.. แกเคยบอกชั้น
การตื่นมา มองเห็นท้องฟ้าทุกทิศทาง
มีทุ่งหญ้า ปลิวไสวอยู่นอกหน้าต่าง
พระอาทิตย์ขึ้นปลายขอบฟ้า
มองดูบ้านเรือนจากมุมสูง...
ถ้าแกเป็นชั้นเมื่อไหร่ .. มันไม่ไกลเกินเอื้อมหรอก

ผมมองแววตาเย่อหยิ่งของเขา
แล้วบอกเขาว่า
สิ่งที่แน่นอนที่สุดบนโลก คือความไม่แน่นอน...

เขาหัวเราะเสียงดัง
..พูดเป็นเล่นน่า....
แล้วเขาก็เดินจากไปในความมืดของกาลเวลา

 
 
8 avril

mister ignorant

 
   หัวใจผม มันด้านชา
 
   วันนี้   ผม  เพิ่งรู้ตัว
   เคยเชื่อว่า
   ผมเป็นคนโรแมนติก
   และผมคงจะทำให้ คนที่ผมรัก มีความสุข
  
   แต่คุณไม่รู้สึกอย่างนั้นใช่มั้ย?
 
   วันนี้  ผมได้มองเห็นตัวเองในกระจกเงา
   ผมเป็นคน ด้าน ชา
   ความไม่ใส่ใจ
   เป็นคำสาปของผม
 
   ผมจะพยายาม แก้ไข
   ผมจะพยายามปรับปรุง
   เพราะผมรักคุณ 
 
 
   แต่คุณ จะรับ ผม
   คนที่ต้องคำสาป....ไว้ในหัวใจได้หรือเปล่า
   ก่อนที่ทุกอย่างจะแตกกร่อนและสลายลงไป
 
 
   Love me in the dark,  and love my empty heart....
-the typhoon band
 
3 avril

เลิฟ มี อิน เดอ ดาร์ค..

 
แอนด์ เลิฟ มาย เอมพที่ ฮาร์ท...
 
บทเพลง ลอยผ่านวิทยุพร้อมกับแอร์เย็นๆในค่ำคืนหนึ่งระหว่างทางกลับบ้าน
วันที่ 3เมษายน 2551, ผมได้ทำในสิ่งที่อยากทำที่สุดแล้ว
การได้เป็น อารท ไดเรคเตอร์
และได้ทำงานจริง
 
ผม ฝึกงานอยู่ที่อิมเมจิแม้กซ์  ตึกรูปทรงประหลาด อยู่ริมถนน นราธิวาส
สถานที่ ที่ทำให้ผม ได้ถามตัวเองอีกครั้ง
ว่านี่   ใช่มั้ย
ที่มึงอยากเป็น
นี่ใช่มั้ย
ที่มึงอยากทำ
 
ผมคงได้แต่ยิ้ม และพยักหน้าเบาๆ
พี่ๆของอิมเมจิแม้กซ์ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี
และไม่ลังเลที่จะโยนงานมาให้ช่วยทำ
ได้ออกกองถ่าย
ได้เข้าประชุม
ได้พรีเซ้นท์งาน
และสำคัญที่สุด คือ ได้วาดในสิ่งที่อยากวาด
 
ไม่กี่อาทิตย์
การเข้างานใกล้เที่ยง
ออกงานเวลาดึกดื่น
กลายเป็นชีวิตประจำวันแสนสุข
ก่อนกลับมานั่งเล่นเกมจนใกล้สว่าง
 
 
 
อัน ที่ จริง แล้ว
 
ผม    พยายาม   ทำ   ตัว เอง     ให้    ยุ่ง
 
ยุ่ง        ยุ่ง      ยุ่ง     เข้า    ไว้     
 
ยุ่ง      ยุ่ง      ต่อไป
 
 
อีกซัก สอง   เดือน
 
 
 
 
 
 
 
 
part2  
Photo 1 sur 50

opening

hpnessis

Bez Chaisuwan